
ผู้สมัครเงียบไปรอแชตบอตตอบ: นายจ้างอังกฤษ 92% เจอหรือสงสัยการโกงตอนรับเด็กจบใหม่ แอบใช้ AI ตอนสัมภาษณ์ขึ้นอันดับหนึ่ง
นายจ้างในสหราชอาณาจักร 92% บอกว่าเจอหรือสงสัยว่าผู้สมัครงานรุ่นเด็กจบใหม่และเด็กฝึกงานทำผิดกติกาในขั้นคัดเลือก ตัวเลขนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ และรูปแบบที่เจอบ่อยที่สุดคือแอบใช้ AI ระหว่างสัมภาษณ์งาน (ISE)
ข้อมูลชุดนี้มาจาก Student Recruitment Report 2026 ของ Institute of Student Employers (ISE) สมาคมของนายจ้างที่รับเด็กจบใหม่และเด็กฝึกงานในอังกฤษ ประกาศผลวันที่ 14 ต.ค. 2026 ส่วน The Guardian กับ BBC ลงข่าวราว 06:00 น. เช้าวันเดียวกันตามเวลาไทย
ฉากที่ทำให้ข่าวนี้ขำแบบขำไม่ออก มาจาก Chris Morrow เจ้าของเอเจนซีจัดหางาน Digitalent ในแมนเชสเตอร์ เขาเล่ากับ Guardian ว่าผู้สมัครที่แอบเปิดแชตบอตช่วยตอบ มักเงียบไปพักหนึ่งระหว่างรอคำตอบ แล้วพูดออกมาเหมือนท่องบท เขาสรุปว่า “เหมือนพวกเขากำลังอ่านจาก Autocue” (Autocue คือจอบอกบทแบบที่ผู้ประกาศข่าวใช้) ถ้าเจอแบบนี้ เอเจนซีของเขามักจบการสัมภาษณ์ตรงนั้นเลย ที่ย้อนแย้งคือ Morrow รับสมัครคนเข้าทำงานในวงการ AI
ผมอ่านประกาศของ ISE ข่าวจากสื่อ 5 แห่ง และผลสำรวจประกอบอีก 3 ชิ้นมาแล้วครับ รายงานฉบับเต็มของ ISE เปิดเฉพาะสมาชิก (หรือจ่าย £216.67 + VAT) ผมจึงอ่านได้แค่ส่วนที่เผยแพร่สาธารณะ ตัวเลขไหนมาจากสื่อ ผมจะบอกไว้ทุกครั้ง
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
- ใคร: ISE สำรวจนายจ้าง 155 ราย ในสหราชอาณาจักร ครอบคลุมใบสมัครกว่า 1.7 ล้านใบ และการจ้าง 31,577 คน ในรอบรับสมัคร 2025/26 (หน้ารายงาน ISE) BBC ระบุว่าเก็บข้อมูลช่วงหน้าร้อนปีนี้ ผลสำรวจนี้เป็นของ นายจ้างอังกฤษ ไม่ใช่ข้อมูลไทย
- ตัวเลขหลัก: นายจ้าง 92% สงสัยหรือยืนยันได้ว่ามีผู้สมัครทำผิดกติกาในขั้นทดสอบและคัดเลือก เพิ่มจาก 85% ในปี 2025 และ 78% ในปี 2024
- ตัวการอันดับหนึ่ง: ISE บอกว่ารูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือใช้ AI โดยไม่ได้รับอนุญาตระหว่างสัมภาษณ์และแบบทดสอบออนไลน์ ส่วนตัวเลขแยกประเภทมาจาก Guardian ซึ่งรายงานว่า 66% ของผู้ตอบเจอผู้สมัครแอบใช้ AI ตอนสัมภาษณ์อย่างน้อย 1 ครั้ง
- อันดับรองลงมา (ตาม Guardian): ใช้ AI ทำแบบทดสอบออนไลน์ 47% ตามด้วยใช้ AI ตอบคำถามในใบสมัคร (ไม่มีตัวเลข) และใช้ AI เขียน CV หรือจดหมายสมัครงาน 10%
- การแข่งขัน: ตำแหน่งเด็กจบใหม่มีผู้สมัครเฉลี่ย 141 คนต่อตำแหน่ง ส่วนสายฝึกงานควบเรียน (apprenticeship) มี 96 คนต่อตำแหน่ง
- นายจ้างตอบโต้ด้วยกติกา: 82% มีแนวทางบอกผู้สมัครว่าใช้ AI ได้แค่ไหน เพิ่มจาก 55% ในปีก่อน
- อีกฝั่งของเหรียญ: นายจ้างที่ใช้ AI ในการคัดคนเองมีแค่ 16% และ 52% ยังไม่มีแผนจะใช้
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ แม้ผลสำรวจจะเป็นของอังกฤษ
1. เครื่องมืออยู่ในมือคนไทยแล้ว รายงาน Decoding Global Talent 2024: AI Edition ของ Jobsdb by SEEK ระบุว่าคนทำงานไทย 62% ใช้ Generative AI (AI ที่สร้างข้อความหรือภาพได้เอง เช่น แชตบอต) ในชีวิตประจำวัน ข้อมูลนี้เป็นของปี 2024 ไม่ได้บอกจำนวนผู้ตอบชาวไทย และไม่ได้วัดการใช้ AI ตอนสมัครงานโดยตรง แต่ก็พอบอกได้ว่าแชตบอตที่ผู้สมัครในอังกฤษใช้ คนไทยก็เปิดใช้ได้เหมือนกัน
2. ปัญหาเดียวกันเกิดได้ทั้งที่ลอนดอนและที่สีลม อาการเงียบรอแชตบอตเกิดได้กับวิดีโอคอลทุกที่ ส่วนฝั่ง HR ก็จะเจอใบสมัครหน้าตาเหมือนกัน Stephen Isherwood ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ ISE บอกว่านายจ้างได้ใบสมัครที่ดูเหมือนกันไปหมด และบางกรณีใช้ AI จนสิ่งที่เขียนไม่ตรงกับความสามารถจริงของผู้สมัคร (ISE) โครงการรับเด็กจบใหม่ของบริษัทใหญ่ (graduate scheme คล้าย Management Trainee บ้านเรา) คือด่านที่เจอก่อน
ผมยังไม่เจอตัวเลขที่เชื่อถือได้ว่านายจ้างไทยเจอผู้สมัครแอบใช้ AI มากแค่ไหน อย่าเอาตัวเลขอังกฤษไปเหมาว่าไทยเป็นแบบเดียวกัน
ทำงานยังไง (ฉบับห้องคาราโอเกะ)
ผู้สมัครแอบใช้ AI แบบไหน เท่าที่แหล่งข่าวเล่า
ผมจะเล่าเฉพาะสิ่งที่แหล่งข่าวบรรยายไว้ และจะไม่ลงรายละเอียดว่าตั้งค่าหรือใช้งานยังไงนะครับ
- แอปฟังคำถามแล้วเสนอคำตอบแบบเรียลไทม์ Morrow บอก Guardian ว่าผู้สมัครบางคนใช้แอปที่ฟังบทสนทนาระหว่างสัมภาษณ์ออนไลน์ แล้วเสนอคำตอบให้ทันที คนกลุ่มนี้ไม่ผ่านเข้ารอบต่อไป
- AI เป็นผู้ช่วยระหว่างวิดีโอคอลและแบบทดสอบออนไลน์ BBC สรุปจากข้อมูล ISE ว่าที่พบบ่อยที่สุดคือใช้ AI ช่วยตอบสดระหว่างวิดีโอคอล หรือใช้ทำแบบทดสอบออนไลน์ (online assessment คือข้อสอบตรรกะ ตัวเลข หรือเกมวัดพฤติกรรมที่ทำทางเว็บ)
- มีคนทำเป็นธุรกิจด้วย ปี 2025 TechCrunch รายงานว่า Roy Lee นักศึกษา Columbia โพสต์ว่าตัวเองโดนพักการเรียนหลังทำเครื่องมือช่วยโกงสัมภาษณ์งานสายโปรแกรมเมอร์ชื่อ Interview Coder ต่อมาเครื่องมือนี้กลายเป็นสตาร์ทอัป Cluely ที่ระดมทุนรอบแรกได้ 5.3 ล้านดอลลาร์ ข่าวบรรยาย Cluely ว่าเป็นหน้าต่างในเบราว์เซอร์ที่ผู้สัมภาษณ์มองไม่เห็น ลีอ้างว่าใช้มันจนได้ฝึกงานกับ Amazon ส่วน Amazon ย้ำว่าผู้สมัครต้องรับรองว่าจะไม่ใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาต
ไม่มีแหล่งไหนบอกว่าผู้สมัครใช้เครื่องมือแบบไหนมากที่สุด เรารู้แค่ว่านายจ้างเจอหรือสงสัย
แล้วผู้สัมภาษณ์จับได้จากอะไร
สัญญาณที่คนคัดเลือกเล่าตรงกันมี 3 อย่างครับ
- ช่วงเงียบ Morrow บอกว่ามีดีเลย์ เพราะผู้สมัครต้องรอแชตบอตตอบ ส่วน Hollie Moody หัวหน้าฝ่ายสรรหาพนักงานระดับเริ่มต้น (early careers) ของบริษัทพลังงาน EDF บอก BBC ว่าเห็นคนหยุดรอให้ AI ส่งคำตอบกลับมาเหมือนกัน
- ประโยคถ่วงเวลา Morrow บอกว่าผู้สมัครมักเปิดด้วยการชมว่าเป็นคำถามที่ดี ซึ่งดูเหมือนการซื้อเวลา
- ภาษาไม่เป็นธรรมชาติ Morrow บอกว่าคำตอบทางการเกินไป ส่วน Moody บอกว่าคำตอบหลายคนซ้ำกัน ฟังแล้วเหมือนคนอ่านสคริปต์
อุปมา: ห้องคาราโอเกะ
ลองนึกถึงห้องคาราโอเกะหลังเลิกงานครับ คนที่รู้จักเพลงจริงจะร้องนำตัวหนังสือบนจอได้ บางทีหลับตาร้องด้วยซ้ำ ส่วนคนที่ไม่รู้จักเพลงจะต้องรอให้ตัวหนังสือเปลี่ยนสีก่อน เสียงเลยช้ากว่าดนตรีครึ่งจังหวะเสมอ และร้องทุกคำเป๊ะตามจอ แม้แต่ท่อนที่คนร้องจริงเขาด้นกันเอง เพื่อนในห้องฟังไม่ถึงท่อนฮุกก็รู้แล้วว่าใครร้องตามจอ
การสัมภาษณ์ที่มีแชตบอตช่วยตอบก็คือคาราโอเกะแบบนั้น จอบอกเนื้อเพลงย้ายไปอยู่ในหน้าต่างที่ผู้สัมภาษณ์มองไม่เห็น แต่อาการครึ่งจังหวะยังอยู่ครบ ปัญหาคือผู้สัมภาษณ์ไม่ได้อยากรู้ว่าคุณอ่านเนื้อเพลงคล่องไหม เขาอยากรู้ว่าคุณรู้จักเพลงนี้จริงหรือเปล่า Isherwood เตือนไว้ทำนองเดียวกันว่าถ้าแสดงตัวเองไม่ตรงความจริง ก็อาจได้งานที่ไม่เหมาะกับตัวเอง
จุดหักมุม: ผู้สมัครคิดว่ากำลังแข่งกับหุ่นยนต์ แต่หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังไม่มา
ฟังดูเหมือนสงคราม AI เขียนใบสมัครให้ AI อีกตัวคัดทิ้งใช่ไหมครับ แต่ตัวเลขบอกอีกแบบ
ผลสำรวจ Early Careers Survey ของ Prospects (หน่วยงานด้านอาชีพภายใต้ Jisc ในสหราชอาณาจักร) ถามนักศึกษาและบัณฑิต 5,000 คน พบว่า 95% เชื่อว่านายจ้างใช้ AI คัดรายชื่อผู้สมัคร แต่ข้อมูลของ ISE บอกว่านายจ้างที่ใช้ AI ในการรับสมัครจริงมีแค่ 16% แปลว่าหุ่นยนต์คัดใบสมัครที่ผู้สมัครกลัว ตอนนี้มีอยู่จริงในบริษัทส่วนน้อย (สองตัวเลขนี้มาจากคนละผลสำรวจ จึงเทียบได้แค่คร่าวๆ)
ที่น่าคิดกว่านั้นคือ Chris Rea จาก Prospects เขียนว่า คนที่เชื่อว่านายจ้างใช้ AI ตลอดเวลา มีแนวโน้มใช้ AI ในใบสมัครของตัวเองมากกว่าอย่างชัดเจน เขาเรียกมันว่าวงจรที่ป้อนตัวเอง ผู้สมัครรู้สึกว่าต้องใช้ AI เพราะคิดว่านายจ้างก็ใช้
นึกภาพงานวัดที่ร้านหนึ่งเปิดลำโพงดัง ร้านข้างๆ ก็เร่งเสียงสู้ เพราะคิดว่าไม่งั้นลูกค้าไม่ได้ยิน สุดท้ายทั้งงานดังเท่ากันหมด และไม่มีใครฟังออกว่าร้านไหนขายอะไร ใบสมัครที่ AI ช่วยเขียนพร้อมกันเป็นแสนใบก็เป็นแบบนั้น ISE บอกเองว่านายจ้างเจอใบสมัครหน้าตาเหมือนกันไปหมด
ส่วนบริษัทที่ใช้ AI คัดคนจริงก็ทำให้ผู้สมัครอึดอัด Tom บัณฑิตภูมิศาสตร์วัย 22 ปีจากเมือง Maidstone เล่ากับ BBC ว่าสมัครงานไปกว่า 200 ตำแหน่ง บางวันสมัคร 10 ถึง 20 งาน กว่าจะได้งานผู้จัดการร้านอาหาร เขาใช้ AI ช่วยเขียน CV จดหมายสมัครงาน และหาคำที่ระบบคัดกรองจะจับได้ แต่ไม่เคยใช้ตอนทดสอบหรือสัมภาษณ์ เขามองว่าบริษัทที่ห้ามผู้สมัครใช้ AI แต่ตัวเองใช้ AI คัดคนนั้นย้อนแย้ง ใช้ AI มากไปก็ดูไม่เป็นมนุษย์ ไม่เขียนให้เหมือน AI ก็กลัวโดน AI คัดทิ้ง
ส่วนนายจ้างก็มีมาตรฐานคู่ของตัวเอง ผลสำรวจผู้บริหารธุรกิจในสหราชอาณาจักร 250 คนของ BCG ที่เผยแพร่เมื่อ ต.ค. 2025 พบว่า 69% ชอบใบสมัครที่มีคำผิดเล็กน้อย เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ใช้ AI แปลว่าคำผิดกลายเป็นหลักฐานความเป็นมนุษย์ แต่ในผลสำรวจเดียวกัน มีแค่ 14% ที่สนับสนุนให้ผู้สมัครใช้ AI ขณะที่ 91% สนับสนุนหรือบังคับให้พนักงานใช้ AI หลังเข้างาน
เสียงจากหลายฝั่ง
ISE: เข้าใจได้ แต่อย่าพึ่งจนเกินเหตุ Isherwood บอกว่าเครื่องมือที่ช่วยสมัครหลายงานพร้อมกันกำลังดันการแข่งขันและความกดดันให้สูงขึ้น เขาเข้าใจว่าทำไมผู้สมัครอยากใช้ AI แต่พึ่งมากไปก็ได้ผลตรงข้าม ส่วน Claire Tyler หัวหน้าฝ่าย insight ของ ISE ผู้นำทีมวิจัย บอกว่าใช้ถูกที่ AI ก็มีประโยชน์ ใช้ผิดที่ก็ทำลายโอกาสตัวเอง และนายจ้างไม่ได้คาดหวังผู้สมัครที่เพอร์เฟกต์
นายจ้างที่ไม่โทษผู้สมัคร Moody จาก EDF บอก BBC ว่าไม่โทษเด็กจบใหม่ที่ใช้ AI เพราะตลาดงานตอนนี้โหดมาก EDF เปิดรับสมัครโครงการเด็กจบใหม่เมื่อราว 3 สัปดาห์ก่อน แล้วตัดสินใจปิดรับก่อนกำหนดหลังได้ใบสมัคร 12,000 ใบ มากกว่าปีที่แล้ว 10% เธอเชื่อว่า AI มีส่วนแน่นอน แต่ปัญหาคือสนามไม่เท่ากัน เพราะบางคนใช้ AI ทุกขั้นตอน ขณะที่บางคนไม่ใช้เลย EDF จึงอ่าน CV เฉพาะช่วงท้าย เน้นแบบทดสอบทักษะกับพฤติกรรม และยังไม่ใช้ AI คัดคน แต่เธอบอกว่าอนาคตอาจต้องใช้
ผู้สมัครที่ใช้ AI แบบมีเส้น พนักงานบัญชีฝึกหัดคนหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ บอก BBC ว่าสมัครงานไป 50 ตำแหน่งและใช้ AI ทุกใบ แต่ใช้แค่หาข้อมูลตำแหน่งงาน เกลา CV และสร้างคำถามซ้อมสัมภาษณ์ เขาบอกว่าจะไม่ใช้ AI โกงแบบทดสอบเด็ดขาด แต่รู้จักคนที่ทำ เพราะคนที่สมัครไปเป็นร้อยงาน สักพักก็เริ่มสิ้นหวัง
ฝั่งที่มองว่า AI คือเครื่องมือปกติ มุมสุดโต่งที่สุดมาจาก Cluely ซึ่ง TechCrunch รายงานว่าออกแถลงการณ์เทียบตัวเองกับเครื่องคิดเลขและระบบตรวจคำสะกด ที่ครั้งหนึ่งก็เคยถูกเรียกว่าการโกง
แล้วถ้าบริษัทใช้ AI คัดเรา แต่ห้ามเราใช้ AI ตอบ เส้นที่ยุติธรรมควรอยู่ตรงไหน? คำถามนี้ยังไม่มีใครในข่าวตอบได้ชัด
ผลกระทบ: ตลาดงานจบใหม่ที่แน่นอยู่แล้ว ยิ่งแน่นขึ้น
- ผู้สมัคร 141 คนต่อหนึ่งตำแหน่ง ISE เรียกว่ายังสูงเป็นประวัติการณ์ เทียบง่ายๆ คือห้องบรรยายเต็ม 141 ที่นั่ง แต่ได้งานคนเดียว ลอนดอนสูงถึง 172 คน ส่วนสายการเงินและบริการวิชาชีพ 158 คน
- ตลาดฟื้นแบบไม่ทั่วถึง การจ้างเด็กจบใหม่เพิ่มขึ้น 4% หลังจากปีก่อนลดลง 8% และนายจ้างคาดว่าปีหน้าจะโตอีก 7% แต่ ISE ย้ำว่าการเติบโตมาจากนายจ้างไม่กี่ราย นายจ้าง 45% รับคนเพิ่ม อีก 40% รับน้อยลง และ 15% รับเท่าเดิม
- เด็กจบปริญญาลงไปแย่งงานระดับต่ำกว่า นายจ้าง 62% เห็นบัณฑิตมาสมัครตำแหน่งสำหรับคนจบมัธยมหรือวิทยาลัยมากขึ้น เพิ่มจาก 40% ในปี 2025
- กระบวนการคัดเลือกกำลังถูกรื้อ นายจ้าง 77% กำลังทบทวนหรือออกแบบการรับสมัครใหม่ ทั้งถามเจาะจงตัวผู้สมัคร จำกัดเวลา สุ่มคำถาม ใช้ระบบอัตโนมัติคัดคุณสมบัติขั้นต่ำ ปิดรับเร็วขึ้น และจำกัดจำนวนตำแหน่งที่คนหนึ่งสมัครได้ในบริษัทเดียว
- กติกาเรื่อง AI ชัดขึ้น นายจ้าง 64% ยอมรับการใช้ AI ในบางขั้นตอน เพิ่มจาก 46% ส่วนใหญ่คือช่วยเขียน CV จดหมายสมัครงาน และใบสมัคร แต่โดยทั่วไปห้ามใช้ระหว่างแบบทดสอบออนไลน์ สัมภาษณ์ และ assessment centre (วันประเมินที่บริษัทเชิญผู้สมัครมาทำกิจกรรมหลายอย่างต่อหน้ากรรมการ)
ผลข้างเคียงคือคนที่สมัครอย่างตั้งใจโดนลูกหลง ถ้าบริษัทปิดรับเร็วขึ้นเพราะใบสมัครท่วม คนที่ค่อยๆ เขียนเองอาจส่งไม่ทัน
ส่วนเรื่อง AI แย่งงานเด็กจบใหม่ Isherwood บอก Guardian ว่าบริษัทลดการรับคนเพราะเศรษฐกิจไม่แน่นอน ไม่ใช่เพราะ AI และผลกระทบของ AI น่าจะเห็นชัดในอีก 2–3 ปี
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
- ตัวเลข 66%, 47% และ 10% ยังตรวจกับต้นฉบับไม่ได้ ประกาศสาธารณะของ ISE ไม่ได้ให้ตัวเลขแยกตามประเภทการโกง ตัวเลขชุดนี้มาจาก Guardian และสื่อที่รายงานต่อ ส่วนรายงานฉบับเต็มต้องเป็นสมาชิกถึงอ่านได้ ที่ผมสะดุดคือในประกาศของ ISE เองก็มีเลข 47% กับ 10% แต่ใช้กับเรื่องอื่น คือสัดส่วนนายจ้างที่เจอการโกง “เป็นครั้งคราว” (47% จาก 27% ในปี 2024) และสัดส่วนแบบทดสอบเชิงเกมที่ใช้ AI เต็มรูปแบบ (10%) อาจบังเอิญตรงกัน แต่ผมยืนยันไม่ได้จนกว่าจะเห็นฉบับเต็ม
- 92% ไม่ได้แปลว่าโกงด้วย AI ทั้งหมด ISE หมายถึงการทำผิดกติกาโดยรวม โดย AI เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด แต่ BBC เขียนเป็น “AI misconduct” ซึ่งแคบกว่า
- เป็นสัดส่วนของนายจ้าง ไม่ใช่สัดส่วนของผู้สมัคร 66% หมายถึงนายจ้างที่เจออย่างน้อย 1 กรณี ไม่ได้แปลว่าผู้สมัคร 66% โกง ข้อมูลสาธารณะยังไม่บอกว่ามีผู้สมัครกี่คนที่ถูกจับได้จริง และไม่ได้แยกว่ากี่กรณีเป็นแค่ความสงสัย
- นายจ้างวางแผนใช้ AI คัดคนเท่าไหร่ ISE บอกว่า 29% วางแผนใช้ภายในปีหน้า และ 52% ไม่มีแผน ฉบับของ BBC ที่ผมเปิดอ่าน (แก้ไขล่าสุดราว 15:27 น. 14 ต.ค. เวลาไทย) เขียนว่าเกือบหนึ่งในสาม ซึ่งตรงกับ ISE แต่ Eastern Eye เขียนว่าเกินครึ่งวางแผนจะใช้ ผมยึดตัวเลขของ ISE
- รายงานคนละฉบับ HRreview สรุปตัวเลขตรงกับ ISE แต่ลิงก์ไปรายงานอีกฉบับ (Student Development Report 2026 ที่สำรวจนายจ้าง 144 ราย)
- วิธีจับยังพิสูจน์ไม่ได้ สัญญาณอย่างช่วงเงียบหรือภาษาทางการเป็นประสบการณ์ของคนคัดเลือก ไม่ใช่เครื่องมือที่ผ่านการทดสอบ ไม่มีแหล่งไหนบอกว่าวิธีนี้จับผิดคนบ่อยแค่ไหน
- บริษัทไหนเจอ Guardian ระบุว่า ISE มีสมาชิก 290 ราย แต่ไม่ได้บอกว่าบริษัทไหนเจอการสัมภาษณ์ที่มี AI ช่วย
- ข้อมูลไทย ยังไม่มีตัวเลขที่เชื่อถือได้ว่าผู้สมัครงานในไทยใช้ AI ตอนสัมภาษณ์มากแค่ไหน
ผมมองว่า: ปัญหาไม่ใช่แชตบอต แต่คือคำถามที่แชตบอตตอบแทนได้
ผมมองว่าข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเด็กจบใหม่ขี้โกงครับ แต่เป็นสัญญาณว่าการสัมภาษณ์ออนไลน์ 30 นาทีหลายแบบ กลายเป็นข้อสอบที่แชตบอตนั่งทำแทนได้ ถ้าคำตอบที่ได้คะแนนดีคือคำตอบสวยๆ ที่เครื่องสร้างได้ในไม่กี่วินาที คำถามนั้นก็กำลังวัดความคล่องของบทพูด ไม่ได้วัดตัวคน
ISE เองก็สรุปว่านายจ้างกำลังขยับจากการคอยจับผิด ไปสู่การบอกให้ชัดว่าเส้นอยู่ตรงไหน ผมเห็นด้วย และคิดว่าคำถามที่ดีคือคำถามที่ถามต่อได้อีกสองสามชั้น เช่น “ตอนนั้นคุณตัดสินใจแบบนั้นเพราะอะไร” หรือ “ถ้าทำใหม่จะเปลี่ยนตรงไหน” ซึ่งคนที่ทำมาจริงตอบได้แม้จะพูดติดๆ ขัดๆ ส่วนคนที่ร้องตามจอจะเริ่มหลุดจังหวะ
อีกเรื่องคือความยุติธรรมต้องไปทั้งสองทาง ถ้านายจ้างจะห้ามผู้สมัครใช้ AI บางขั้น นายจ้างก็ควรบอกเหมือนกันว่าตัวเองใช้ AI ตรงไหน และมีคนตรวจซ้ำหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นวงจรลำโพงงานวัดก็จะดังขึ้นเรื่อยๆ
แล้วเราควรทำอะไร
ถ้าคุณเป็นเด็กจบใหม่หรือกำลังหางาน
- อ่านนโยบาย AI ของแต่ละบริษัทก่อนสมัคร ถ้าไม่ชัดก็ถาม HR ตรงๆ (คำแนะนำของ Tyler)
- ใช้ AI เกลาภาษา จัดโครงสร้าง และตรวจคำผิดได้ แต่ใส่เฉพาะทักษะและผลงานที่คุณยกตัวอย่างจริงได้ (สอดคล้องกับคำแนะนำ 5 ข้อของ ISE)
- ถ้าถูกถามว่าใช้ AI ช่วยเขียนใบสมัครไหม ให้ตอบตามจริงว่าใช้ตรงไหน บอกเองดีกว่าโดนจับได้ทีหลัง
- ใช้ AI เป็นคู่ซ้อมก่อนวันสัมภาษณ์ได้ เช่น ให้มันตั้งคำถามแล้วคุณตอบเอง แบบที่พนักงานบัญชีฝึกหัดในข่าว BBC ทำ แต่อย่าเปิดมันระหว่างสัมภาษณ์จริง ถ้าบริษัทไม่ได้อนุญาต
- เงียบคิดได้ ไม่ผิด บอกผู้สัมภาษณ์ว่าขอคิดสักครู่ แล้วตอบด้วยคำพูดของตัวเอง แม้จะไม่สวยเท่าแชตบอต
- เลือกสมัครตรงเป้า ดีกว่าหว่านใบสมัคร (spray and pray) ที่ AI เขียนเหมือนกันหมดจนจมหายในกอง
ถ้าคุณเป็น HR หรือหัวหน้าที่ต้องสัมภาษณ์
- เขียนนโยบาย AI ให้ชัดว่าขั้นไหนใช้ได้ ขั้นไหนห้าม แล้วใส่ไว้ในประกาศรับสมัคร ในสหราชอาณาจักร นายจ้าง 82% ทำแบบนี้แล้ว
- ออกแบบคำถามให้เจาะจงตัวผู้สมัครและถามต่อเป็นชั้นๆ ใช้การจำกัดเวลาและการสุ่มคำถามในแบบทดสอบ ตามมาตรการที่นายจ้างใน ISE ใช้
- อย่าตัดสินว่าโกงจากช่วงเงียบอย่างเดียว คนตื่นเต้นก็เงียบได้ ให้ถามต่อเพื่อดูความเข้าใจจริงก่อนสรุป
- ถ้าใช้ AI คัดใบสมัคร ให้บอกผู้สมัคร อธิบายว่ามีคนตรวจซ้ำตรงไหน และมีช่องทางขอปรับวิธีประเมิน Prospects พบว่าผู้สมัครกลุ่ม neurodivergent (สมองทำงานต่างจากคนส่วนใหญ่ เช่น ออทิสติก สมาธิสั้น) ไม่สบายใจกับ AI ในการคัดเลือกมากกว่ากลุ่มอื่น
- ถ้าใช้เครื่องมือ AI จากผู้ให้บริการภายนอกคัด CV ให้ตรวจกับฝ่ายกฎหมายเรื่องการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครออกไปประมวลผลด้วย
ถ้าคุณเป็นอาจารย์หรือฝ่ายแนะแนวอาชีพในมหาวิทยาลัย
- สอนเส้นแบ่งให้ชัดว่า AI ช่วยตรงไหนได้ ตรงไหนห้าม Prospects พบว่านักศึกษาที่ได้รับคำแนะนำเรื่อง AI มีแนวโน้มมองว่า AI จะสร้างโอกาสให้ตัวเองมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับคำแนะนำเกินสองเท่า
เกมนี้ไม่ใช่ผู้สมัครแข่งกับโปรแกรมจับโกงครับ แต่คือการแข่งกันว่าฝั่งไหนจะออกแบบด่านที่วัดตัวจริงได้ก่อน สิ่งที่ควรจับตาต่อมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือนายจ้าง 29% ที่บอกว่าจะเริ่มใช้ AI คัดคนภายในปีหน้า จะทำให้ตัวเลข 16% ในรายงานรอบหน้าของ ISE ขยับแค่ไหน อีกเรื่องคือบริษัทในไทยจะเริ่มเขียนนโยบาย AI ไว้ในประกาศรับสมัครเหมือนนายจ้างอังกฤษหรือเปล่า
คำถามถึงคุณครับ: ครั้งล่าสุดที่คุณสัมภาษณ์งาน หรือนั่งสัมภาษณ์คนอื่น มีจังหวะไหนที่เงียบไปนานจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าแอบเปิดแชตบอตอยู่บ้างไหม?
Recap
- เกิดอะไรขึ้น: ISE ประกาศผล Student Recruitment Report 2026 เมื่อ 14 ต.ค. 2026 นายจ้าง 92% ในสหราชอาณาจักรเจอหรือสงสัยการโกงในขั้นคัดเลือก (85% ปี 2025, 78% ปี 2024)
- ตัวการอันดับหนึ่ง: ใช้ AI โดยไม่ได้รับอนุญาตตอนสัมภาษณ์และแบบทดสอบออนไลน์ Guardian รายงาน 66% (สัมภาษณ์), 47% (แบบทดสอบออนไลน์), 10% (CV/จดหมายสมัครงาน)
- สนามแข่ง: 141 คนต่อตำแหน่งเด็กจบใหม่, 96 คนต่อตำแหน่ง apprenticeship, ลอนดอน 172 คน
- นายจ้างตอบโต้: 82% มีแนวทางเรื่อง AI, 64% ยอมให้ใช้บางขั้น, 77% กำลังรื้อกระบวนการคัดเลือก
- จุดหักมุม: ผู้สมัคร 95% เชื่อว่านายจ้างใช้ AI คัดคน แต่นายจ้างที่ใช้จริงมีแค่ 16%
- ข้อมูลขัดกัน: 66/47/10 ยังตรวจกับฉบับเต็มไม่ได้, BBC เรียก 92% ว่าโกงด้วย AI แต่ ISE หมายถึงการโกงโดยรวม, Eastern Eye บอกเกินครึ่งจะใช้ AI คัดคน แต่ ISE บอก 29%
- ยังไม่รู้: มีผู้สมัครถูกจับได้จริงกี่คน วิธีสังเกตจับผิดคนบ่อยแค่ไหน และตัวเลขของไทย
- ทำได้เลย: ผู้สมัครอ่านนโยบาย AI บอกตามจริง และซ้อมก่อนแทนเปิดตอนสัมภาษณ์ / HR เขียนนโยบายให้ชัด ถามต่อเป็นชั้นๆ ไม่ตัดสินจากช่วงเงียบ
- แหล่งอ้างอิง: ISE ประกาศผล, ISE หน้ารายงาน, The Guardian, BBC, HRreview, Eastern Eye, Prospects ผ่าน ISE, BCG, TechCrunch, Jobsdb