
GitHub CLI 2.103.0 เปิดใช้โทเคนหมดอายุเอง ลดเวลาที่สิทธิ์หลุดถูกใช้ต่อ
GitHub CLI รุ่น 2.103.0 เปิดให้เลือกใช้โทเคนเข้าถึงที่หมดอายุภายในไม่กี่ชั่วโมง พร้อมต่ออายุอัตโนมัติ โดยยังอยู่ในสถานะ public preview หรือพรีวิวที่เปิดให้คนทั่วไปทดลอง ตามประกาศวันที่ 21 ตุลาคม 2026 ของ GitHub ครับ ประเด็นสำคัญคือ ถ้าโทเคนเข้าถึงหลุดออกไป มันจะใช้ไม่ได้เมื่อหมดอายุ แทนที่จะคงอยู่ได้เรื่อย ๆ แบบโทเคนไม่หมดอายุ (GitHub Changelog)
สำหรับคนที่ต้องดูแลเว็บร้านค้า งานส่งลูกค้า หรือระบบที่ทีมใช้ทุกวัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับทั้งความเสี่ยงและเวลางาน เพราะการเปลี่ยนวิธียืนยันตัวตนอาจทำให้สคริปต์เดิมสะดุดได้ GitHub เตือนไว้ตรง ๆ ว่าสคริปต์ที่อ่านโทเคนครั้งเดียวแล้วเก็บไปใช้ต่อ จะถือโทเคนที่หมดอายุในที่สุด ดังนั้นข่าวนี้มีทั้งเหตุผลให้อัปเกรดและการบ้านที่ต้องตรวจ ก่อนกดเปิดใช้ทั้งทีม (GitHub Changelog)
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
GitHub CLI คือเครื่องมือของ GitHub ที่ใช้งานด้วยการพิมพ์คำสั่ง เรียกสั้น ๆ ว่า gh รุ่น 2.103.0 เพิ่มการลงชื่อเข้าใช้ด้วย OAuth credentials แบบหมดอายุและต่ออายุได้อัตโนมัติ โดย credentials ในที่นี้หมายถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันสิทธิ์เข้าถึง ส่วน OAuth คือรูปแบบการให้โปรแกรมได้รับสิทธิ์จากบริการเพื่อทำงานแทนผู้ใช้ (GitHub Releases)
การเปิดใช้สำหรับการลงชื่อเข้าใช้ครั้งหนึ่งทำผ่าน gh auth login --expiring หากต้องการให้การลงชื่อเข้าใช้ครั้งต่อ ๆ ไปเลือกแบบนี้เป็นหลัก ให้ตั้งค่า gh config set expiring_credentials enabled ทั้งสองแบบเป็นการเลือกใช้เองในตอนนี้ ไม่ได้เปลี่ยนการลงชื่อเข้าใช้เดิมให้ทุกคนทันที และโทเคนที่ผู้ใช้ป้อนเองยังทำงานแบบเดิม (GitHub Changelog)
คำสั่ง gh auth status ใช้ดูได้ว่าข้อมูลยืนยันสิทธิ์รองรับการต่ออายุหรือไม่ และโทเคนเข้าถึงปัจจุบันจะหมดอายุเมื่อไร ทั้งคำสั่งนี้และ gh auth token จะต่ออายุโทเคนให้เมื่อจำเป็น แต่ค่าที่ถูกพิมพ์ออกมาจาก gh auth token ไม่ควรถูกเก็บค้างไว้ใช้ยาว ๆ (GitHub Releases)
ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้บน github.com และ GHE.com ส่วนโฮสต์หรือระบบปลายทางที่ไม่ออกโทเคนชนิดนี้ gh จะกลับไปใช้โทเคนปกติที่ไม่หมดอายุ การใส่ตัวเลือกจึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าได้โทเคนแบบหมดอายุแล้ว ต้องดูสถานะที่ได้รับจริงด้วย (GitHub Releases, คู่มือ GitHub CLI)
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ
ถ้าคุณเขียนโปรแกรมเอง จุดที่ต้องสนใจคือโทเคนที่เคยขอมาแล้วใช้ได้นาน อาจเปลี่ยนเป็นโทเคนที่ต้องขอค่าปัจจุบันใหม่เมื่อจำเป็น หากใช้ผ่าน gh ตามเส้นทางที่รองรับ เครื่องมือจะจัดการการต่ออายุให้ แต่ถ้าคัดลอกค่าไปใส่เครื่องมืออื่น การดูแลอายุของค่านั้นจะกลายเป็นเรื่องที่ต้องตรวจเพิ่ม GitHub ระบุทั้งสคริปต์และส่วนขยายว่าอาจเจอปัญหานี้ได้ (GitHub Changelog)
ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการหรือหัวหน้าทีม ผมแนะนำให้คุยกับคนดูแลระบบด้วยคำถามที่จับต้องได้ เช่น งานอัตโนมัติของเราขอสิทธิ์ตอนไหน เก็บไว้ที่ไหน และเรียกค่าที่เก็บไว้ซ้ำนานแค่ไหน เหตุผลที่ต้องถามคือ GitHub เตือนว่างานที่ต้องพึ่งโทเคนอายุยาวควรชะลอการเปิดใช้สำหรับงานนั้นไว้ก่อน ไม่ได้แนะนำให้เปิดทุกงานพร้อมกัน (GitHub Changelog)
ส่วนคนทำงานสำนักงาน นักเรียน หรือผู้ปกครองที่ไม่ได้ใช้ gh เอง ผมมองว่าประโยชน์ของข่าวนี้คือเข้าใจเวลาทีมไอทีขอทดสอบการลงชื่อเข้าใช้ใหม่ มากกว่าต้องไปตั้งค่าตามทุกคน เพราะ GitHub ระบุว่าหากไม่เลือกใช้ผ่านตัวเลือกหรือการตั้งค่า พฤติกรรมเดิมจะไม่เปลี่ยน และการลงชื่อเข้าใช้ที่มีอยู่ยังทำงานต่อไป (GitHub Changelog)
ทำงานยังไง
ข้อมูลยืนยันสิทธิ์ชุดใหม่มีสองส่วน ส่วนแรกคือ access token หรือโทเคนเข้าถึง เป็นค่าที่โปรแกรมนำไปใช้เพื่อทำงานด้วยสิทธิ์ที่ได้รับ ส่วนที่สองคือ refresh token หรือโทเคนสำหรับขอสิทธิ์ชุดใหม่ เมื่อจำเป็นต้องต่ออายุ gh จะใช้ส่วนที่สองขอโทเคนเข้าถึงใหม่ โดยผู้ใช้ยังทำงานต่อได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ใหม่ทุกครั้ง (GitHub Changelog)
ลองนึกถึง บัตรผ่านตึกแบบรายวันกับกุญแจบ้านถาวร ครับ บัตรรายวันมีเวลาหมดอายุ ต่อให้ทำหล่น คนที่เก็บได้ก็ใช้บัตรใบนั้นต่อไม่ได้หลังหมดเวลา ส่วนกุญแจถาวรไม่มีเวลาตัดสิทธิ์ในตัว ในภาพเปรียบเทียบนี้ gh ช่วยจัดการรับบัตรใบใหม่ให้เจ้าของตามสิทธิ์ที่ยังมีอยู่ ภาพนี้ใช้อธิบายความต่างของอายุโทเคน ไม่ได้หมายความว่าโทเคนของ GitHub มีอายุหนึ่งวัน เพราะแหล่งข่าวบอกเพียงว่าหมดอายุภายในไม่กี่ชั่วโมง (GitHub Changelog)
ส่วน refresh token ก็ไม่ได้อยู่ค่าเดิมตลอด เอกสารออกแบบอธิบายว่าเมื่อใช้ต่ออายุแล้ว เซิร์ฟเวอร์จะออก refresh token ใหม่และทำให้ค่าเดิมใช้ไม่ได้ จึงเหลือค่าล่าสุดเป็นตัวที่ยังใช้ได้ การหมุนเปลี่ยนค่านี้เป็นเหตุผลที่ต้องปล่อยให้ gh ดูแลข้อมูลชุดปัจจุบันอย่างเป็นระบบ แทนการคัดลอกค่าแยกไปเก็บหลายแห่งเอง (GitHub design issue)
เอกสารออกแบบยังอธิบายว่าระบบมีการจัดลำดับการต่ออายุ เพื่อป้องกันหลายโปรเซสหรือหลายชุดคำสั่งที่ทำงานพร้อมกันหยิบ refresh token เดียวกันไปใช้ชนกัน รายละเอียดนี้ช่วยให้เข้าใจว่าการต่ออายุอัตโนมัติมีงานเบื้องหลังมากกว่าการเปลี่ยนตัวเลขวันหมดอายุ อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวเป็นบันทึกช่วงออกแบบ จึงควรใช้ประกอบความเข้าใจ และยึดคำสั่งจากประกาศรุ่นที่เผยแพร่แล้วเป็นหลัก (GitHub design issue, GitHub Releases)
ข้อจำกัดสำคัญคือ --expiring เป็นการขอให้เลือกโทเคนแบบหมดอายุ ผลจริงยังขึ้นกับการรองรับของโฮสต์และการตั้งค่าของแอป OAuth หากโฮสต์ไม่รองรับ จะได้โทเคนไม่หมดอายุแทน และคู่มือยังระบุด้วยว่าโฮสต์ที่ตั้งค่าไว้รองรับอาจออกโทเคนหมดอายุให้แม้ไม่ได้ใส่ตัวเลือกนี้ จึงควรอ่านสถานะจริงหลังลงชื่อเข้าใช้ทุกครั้งที่กำลังทดสอบพฤติกรรมนี้ (คู่มือ GitHub CLI)
จุดสังเกต: ต่ออายุให้คำสั่งได้ แต่ค่าที่คัดลอกไว้ไม่เปลี่ยนตาม
จุดที่ผมอยากวงไว้คือความต่างระหว่าง “เรียก gh ตอนต้องใช้” กับ “เก็บค่าจาก gh ไว้ตั้งแต่เริ่มงาน” ทั้ง gh auth status และ gh auth token ต่ออายุโทเคนเข้าถึงเมื่อจำเป็น แต่สคริปต์ที่เก็บผลลัพธ์ไว้แล้วเอาค่าเดิมกลับมาใช้ จะเจอโทเคนหมดอายุในที่สุด การอัปเกรดโปรแกรมจึงไม่ทำให้สำเนาที่เก็บอยู่ในสคริปต์สดใหม่ตามไปด้วย (GitHub Releases)
สำหรับคนใช้ CI ซึ่งหมายถึงระบบที่รันงานพัฒนาและตรวจสอบโค้ดอัตโนมัติ ผมแนะนำให้ตรวจเป็นพิเศษว่ามีงานไหนอ่าน gh auth token เพียงครั้งเดียวแล้วใช้ต่อหลายชั่วโมงหรือไม่ แนวทางจาก GitHub คืออ่านใหม่ทุกครั้งที่ต้องใช้โทเคนนอก gh เพื่อให้เครื่องมือมีโอกาสต่ออายุ ส่วนงานที่ยังต้องอาศัยค่าเดิมใช้ได้นาน ควรรอปรับงานให้พร้อมก่อนเปิดใช้ (GitHub Changelog)
อีกกรณีที่ต้องแยกให้ออกคือ GH_TOKEN และ GITHUB_TOKEN ซึ่งเป็นตัวแปรสภาพแวดล้อม หรือค่าที่ส่งให้โปรแกรมตอนทำงาน บันทึกรุ่นระบุว่าโทเคนที่ส่งเข้ามาทางสองตัวแปรนี้จะไม่ถูกต่ออายุ จึงไม่ควรสรุปว่างานอัตโนมัติทุกงานได้ความสามารถใหม่นี้ทันทีเพียงเพราะติดตั้ง gh รุ่นใหม่แล้ว (GitHub Releases)
เรื่องเงิน / ผลกระทบ
ในมุมความเสี่ยง เอกสารออกแบบระบุว่าโทเคนอายุยาวที่รั่วสามารถใช้ได้จนกว่าจะถูกเพิกถอนด้วยมือ ขณะที่โทเคนเข้าถึงอายุสั้นจะหมดอายุภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงลดช่วงเวลาที่โทเคนใบนั้นถูกนำไปใช้ต่อได้ นี่เป็นประโยชน์ที่อธิบายได้จากแหล่งข้อมูล โดยไม่ต้องสมมติยอดความเสียหายหรือจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ (GitHub design issue)
สำหรับเรื่องข้อมูลลับรั่วที่เป็นมุมกังวลในสัปดาห์นี้ บทความนี้ไม่มีหลักฐานเหตุการณ์เฉพาะจากแหล่งที่ให้มา จึงไม่ผูกฟีเจอร์ใหม่กับบริษัทหรือเหตุการณ์ใด ข้อที่ยืนยันได้คือ GitHub อธิบายการหมดอายุว่าเป็นวิธีลดเวลาที่ access token ซึ่งหลุดออกไปยังใช้การได้ ไม่ได้ให้ตัวเลขประเมินความเสียหายที่ป้องกันได้ (GitHub Changelog)
ด้านเวลางาน ผมประเมินว่าต้นทุนที่ควรเตรียมคือเวลาทดลองและแก้สคริปต์ มากกว่ามองแค่การอัปเดตเครื่องมือ เพราะคำเตือนที่ชัดเจนของ GitHub คือการเก็บโทเคนไว้ใช้ซ้ำอาจทำให้งานพังเมื่อมันหมดอายุ แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของฟีเจอร์นี้ หรือจำนวนชั่วโมงที่แต่ละทีมต้องใช้ปรับระบบ จึงยังคำนวณความคุ้มค่าเป็นเงินบาทไม่ได้ (GitHub Changelog)
สำหรับ Git ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดการประวัติการแก้ไขโค้ด หากเชื่อมต่อผ่าน HTTPS และต้องการใช้โทเคนหมดอายุ GitHub แนะนำให้ตั้ง gh เป็น credential helper หรือผู้ช่วยจัดหาข้อมูลยืนยันสิทธิ์ให้ Git ด้วย gh auth setup-git พร้อมใช้ Git 2.46 ขึ้นไป เพื่อให้โทเคนถูกทำเครื่องหมายไม่ให้เก็บค้างเกินอายุ รุ่นเก่ายังทำงานได้ แต่ gh จะแสดงคำแนะนำให้อัปเกรด (GitHub Changelog)
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
ยังไม่มีอายุโทเคนเป็นจำนวนชั่วโมงแน่นอนในข้อมูลชุดนี้ ประกาศและเอกสารออกแบบใช้คำว่าภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงไม่ควรแปลงเป็นตัวเลขเฉพาะสำหรับวางตารางงาน ให้ดูเวลาหมดอายุของโทเคนปัจจุบันจาก gh auth status แทน (GitHub Changelog, GitHub design issue)
สถานะที่ยืนยันได้คือ public preview และเลือกเปิดเอง GitHub บอกว่ามีแผนให้โทเคนหมดอายุเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ใหม่ในรุ่นอนาคต แต่ไม่ได้ให้วันหรือหมายเลขรุ่นที่จะเปลี่ยน จึงยังบอกไม่ได้ว่าทีมต้องเตรียมเสร็จภายในวันไหน (GitHub Changelog)
ชื่อคำสั่งในเอกสารเก่ากับรุ่นเผยแพร่ต่างกัน Issue ออกแบบวันที่ 15 กันยายน 2026 ใช้ชื่อ --short-lived ขณะที่ประกาศวันที่ 21 ตุลาคมและบันทึกรุ่น 2.103.0 ใช้ --expiring รายการเปลี่ยนแปลงของรุ่นระบุว่ามีการเปลี่ยนชื่อนี้ด้วย จึงควรใช้ --expiring ตามเอกสารรุ่นที่ออกแล้ว ไม่คัดลอกคำสั่งทดลองจากบันทึกออกแบบ (GitHub design issue, GitHub Releases)
รายละเอียดการรองรับแต่ละโฮสต์มีระดับความชัดต่างกัน บันทึกรุ่นบอกว่าใช้ได้บน github.com และ GHE.com และโฮสต์ที่ไม่ออกโทเคนชนิดนี้จะกลับไปใช้แบบไม่หมดอายุ ส่วน Changelog ระบุเพิ่มว่า GitHub Enterprise Server หรือ GHES ซึ่งเป็นระบบ GitHub สำหรับติดตั้งใช้งานในองค์กร เริ่มออกโทเคนชนิดนี้ตั้งแต่ GHES 3.23 และรุ่นก่อนหน้านั้นจะกลับไปใช้แบบไม่หมดอายุ ข้อมูลนี้เป็นรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ใช่หลักฐานว่าองค์กรใดในไทยใช้ได้แล้ว (GitHub Releases, GitHub Changelog)
วันที่กำกับคู่มือควรอ่านอย่างระวัง ข้อมูลต้นทางให้วันที่คู่มือเป็น 1 มกราคม 2026 แต่เนื้อหาที่ได้รับมีตัวเลือก --expiring แล้ว จึงใช้เนื้อหาคู่มือยืนยันพฤติกรรมปัจจุบันตามที่ให้มา และใช้วันที่ 21 ตุลาคม 2026 จาก Changelog เป็นวันที่ประกาศข่าวนี้ ไม่ถือว่าวันที่กำกับคู่มือคือวันเปิดตัวฟีเจอร์ (คู่มือ GitHub CLI, GitHub Changelog)
แล้วเราควรทำอะไร
นักพัฒนาและคนใช้เครื่องส่วนตัว
- อัปเกรดเป็น GitHub CLI 2.103.0 ก่อนทดลอง แล้วเริ่มจากเครื่องส่วนตัวหรืองานที่ตรวจผลได้ง่าย แนวทางเริ่มแบบจำกัดวงเป็นคำแนะนำของผม ส่วนรุ่นเริ่มรองรับยืนยันจากประกาศ GitHub (GitHub Changelog)
- ทดลองลงชื่อเข้าใช้ด้วย
gh auth login --expiringแล้วตรวจด้วยgh auth statusว่าได้รับโทเคนต่ออายุได้จริงหรือไม่ รวมถึงวันหมดอายุของค่าปัจจุบัน อย่าตัดสินจากการใส่ตัวเลือกสำเร็จเพียงอย่างเดียว เพราะผลขึ้นกับโฮสต์และการตั้งค่าแอป (คู่มือ GitHub CLI, GitHub Releases) - ถ้าใช้ Git ผ่าน HTTPS ให้ทำ
gh auth setup-gitและตรวจว่าใช้ Git 2.46 ขึ้นไปตามคำแนะนำ เพื่อให้ghจัดหาและต่ออายุข้อมูลให้ Git พร้อมหลีกเลี่ยงการเก็บโทเคนเกินอายุ (GitHub Changelog)
คนดูแล CI สคริปต์ และส่วนขยาย
- ตรวจว่างานใดอ่านผลจาก
gh auth tokenแล้วเก็บไว้ใช้ต่อ หากต้องใช้โทเคนนอกghให้ปรับไปอ่านค่าปัจจุบันทุกครั้งที่ต้องใช้ตามคำแนะนำของ GitHub โดยไม่พิมพ์ค่าโทเคนแนบไปในรายงานตรวจงาน (GitHub Changelog) - แยกตรวจงานที่ส่งสิทธิ์ผ่าน
GH_TOKENหรือGITHUB_TOKENเพราะบันทึกรุ่นบอกชัดว่าโทเคนจากสองช่องทางนี้ไม่ถูกต่ออายุ อย่านำผลทดลองการลงชื่อเข้าใช้บนเครื่องส่วนตัวไปสรุปแทนงานกลุ่มนี้ (GitHub Releases) - เก็บทางเลือกเดิมสำหรับงานที่ยังต้องใช้โทเคนอายุยาว และชะลอการเปิดใช้ในงานนั้นก่อนตามคำเตือนของ GitHub หากตั้งค่าให้เลือกแบบหมดอายุเป็นหลักแล้ว คู่มือระบุว่าใช้
--expiring=falseตอนลงชื่อเข้าใช้เพื่อขอแบบไม่หมดอายุได้ แต่ยังต้องตรวจสิ่งที่โฮสต์ออกให้จริง (GitHub Changelog, คู่มือ GitHub CLI)
หัวหน้าทีม เจ้าของกิจการ และผู้ดูแลระบบองค์กร
- ให้ทีมสรุปผลทดลองเป็นพฤติกรรมที่เห็น เช่น ต่ออายุได้หรือไม่ งานเดิมยังจบหรือไม่ และ Git ยังทำงานได้หรือไม่ ผมแนะนำให้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการขยายวง เพราะฟีเจอร์ยังเป็นพรีวิวและมีคำเตือนเรื่องสคริปต์เก็บโทเคน (GitHub Changelog)
- ถ้าใช้ GHES ให้ตรวจรุ่นกับผู้ดูแล โดยประกาศระบุจุดเริ่มรองรับที่ 3.23 สำหรับระบบเก่าต้องรับรู้ว่าการเลือกใช้จะกลับไปได้โทเคนไม่หมดอายุ ไม่ควรบันทึกว่าทั้งองค์กรเปลี่ยนสำเร็จจากการตั้งค่าเพียงอย่างเดียว (GitHub Changelog)
- หากพบปัญหา ให้บันทึกอาการและเงื่อนไขทดสอบโดยไม่แนบข้อมูลยืนยันสิทธิ์ แล้วรายงานผ่าน issue หรือรายการแจ้งปัญหาในโครงการ cli/cli ตามช่องทางที่ GitHub แนะนำ (GitHub Changelog)
ผมมองว่า…
ผมมองว่า ในความเห็นส่วนตัว การเปลี่ยนครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพิ่มวันหมดอายุ แต่คือการเปลี่ยนวิธีดูแลสิทธิ์ระหว่างงานกำลังเดิน จุดที่มีค่าคือเครื่องมือจัดการต่ออายุให้ ขณะที่โทเคนเข้าถึงที่หลุดมีเวลาสิ้นสุดของตัวเอง เหตุผลนี้ตั้งอยู่บนพฤติกรรมที่ GitHub อธิบาย ไม่ได้แปลว่าเราทราบแล้วว่าความเสียหายจริงจะลดลงเท่าไร (GitHub Changelog)
ผมจะให้น้ำหนักกับการอัปเกรดและทดสอบทีละกลุ่มงานก่อนตั้งเป็นค่าเลือกหลักทั้งทีม เพราะความสะดวกจากการต่ออายุเกิดขึ้นเมื่อเครื่องมือยังมีโอกาสขอค่าปัจจุบัน การเก็บผลลัพธ์ครั้งเดียวแล้วใช้ยาวเป็นพฤติกรรมที่ประกาศเตือนไว้ชัด การตรวจตรงนี้จึงช่วยให้ตัดสินใจได้จากงานจริงของเรา มากกว่าจากคำว่าอัตโนมัติเพียงคำเดียว (GitHub Releases)
ปิดท้าย: สิ่งที่ต้องจับตา
เรื่องที่ควรติดตามต่อคือ GitHub จะเปลี่ยนจากการเลือกเปิดเองไปเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ใหม่เมื่อไร ตอนนี้มีเพียงแผนในอนาคต ยังไม่มีวันหรือรุ่นที่ระบุไว้ ระหว่างรอ ทีมที่ใช้ gh ควรทำความเข้าใจว่างานไหนให้เครื่องมือดูแลสิทธิ์ตลอด และงานไหนยังเก็บโทเคนไว้ใช้เอง (GitHub Changelog)
สำหรับธุรกิจในไทยที่ใช้เครื่องมือนี้ ผมแนะนำให้เริ่มจากตรวจวิธีใช้จริงและผลจาก gh auth status เพราะการรองรับขึ้นกับระบบปลายทางด้วย ส่วนตัวเลของค์กรไทยที่ได้รับผลกระทบ อายุโทเคนแบบเจาะจง และกำหนดสิ้นสุดพรีวิว ยังไม่มีในแหล่งข้อมูลชุดนี้ สิ่งที่ยืนยันได้ตอนนี้คือมีทางเลือกใหม่ให้ลอง พร้อมข้อจำกัดที่ต้องอ่านก่อนเปิดใช้กับงานประจำ (คู่มือ GitHub CLI, GitHub Changelog)
Recap
- อัปเกรด GitHub CLI เป็น 2.103.0 ก่อนทดลองฟีเจอร์นี้ (GitHub Releases)
- จำไว้ว่ายังเป็น public preview และเลือกเปิดเองในตอนนี้ (GitHub Changelog)
- ทดลอง
gh auth login --expiringแล้วตรวจผลจริงด้วยgh auth status(GitHub Releases) - อย่าเก็บผลจาก
gh auth tokenไว้ใช้ยาว ให้อ่านใหม่เมื่อจำเป็นต้องใช้ (GitHub Changelog) - งานที่ใช้
GH_TOKENหรือGITHUB_TOKENต้องตรวจแยก เพราะไม่ได้ต่ออายุให้ (GitHub Releases) - ใช้ Git ผ่าน HTTPS ให้ตั้ง
gh auth setup-gitและเลือก Git 2.46 ขึ้นไปตามคำแนะนำ (GitHub Changelog) - ตรวจโฮสต์ด้วย เพราะระบบที่ไม่รองรับจะกลับไปใช้โทเคนไม่หมดอายุ (คู่มือ GitHub CLI)
- ชะลอเปิดใช้กับงานที่ยังต้องพึ่งโทเคนอายุยาว และรายงานปัญหาให้โครงการ cli/cli (GitHub Changelog)