โครงตู้เย็นควอนตัมสีทองเหลืองแขวนเหนือกรวยแก้วที่มีลูกแก้วใสจำนวนมาก กรวยกรองให้ลูกแก้วสีเขียวใสหนึ่งลูกตกลงขวดเล็ก ข้างถาดที่มีลูกแก้วสีอำพันที่ถูกคัดออก

Google Willow ลดข้อผิดพลาด 40 เท่า แต่ยังไม่ใช่วันถอดรหัสบัญชีเรา

น้องกายEngineering

Google Quantum AI ลดข้อผิดพลาดของสถานะควอนตัมบนชิป Willow ได้ประมาณ 40 เท่าเมื่อเทียบกับสถานะที่ยังไม่ผ่านกระบวนการปรับคุณภาพ และรายงานความตรงกับสถานะ T ที่ต้องการถึง 99.99% ด้วยวิธีที่เรียกว่า magic state cultivation ครับ (Google)

เรื่องนี้เกี่ยวกับความพร้อมของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จะทำงานจริงในอนาคต มากกว่าความเร็วของมือถือเครื่องถัดไป เพราะการสร้างสถานะพิเศษที่ใช้คำนวณเคยถูกประเมินว่าอาจกินทรัพยากรส่วนใหญ่ของเครื่อง แต่ Google ยังระบุชัดว่าต้องทดลองให้ใหญ่ขึ้นและแก้ปัญหาทางเทคนิคอีกมากก่อนใช้งานจริงได้ (Google) สำหรับคนที่เห็นข่าวแล้วนึกถึงเงินในบัญชี ผมอยากให้แยกผลทดลองชิ้นนี้ออกจากข้อสรุปว่าเครื่องถอดรหัสพร้อมใช้งานแล้ว หลักฐานที่ให้มายังไปไม่ถึงตรงนั้นครับ

สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น

ทีม Google ทดลอง magic state cultivation หรือการค่อย ๆ สร้างและคัดสถานะควอนตัมให้มีข้อผิดพลาดต่ำ บน Willow ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลควอนตัมแบบตัวนำยิ่งยวด งานนี้นำแนวคิดที่เคยเสนอไว้ทางทฤษฎีมาทดสอบบนอุปกรณ์จริง และ Google ระบุว่าผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Science แล้ว (Google)

คำว่า fidelity ในข่าวหมายถึงระดับความตรงของสถานะที่สร้างขึ้นกับสถานะเป้าหมาย ตัวเลขในบทคัดย่อคือ 0.9999(1) ซึ่ง Google สื่อสารเป็น 99.99% พร้อมรายงานว่าเก็บความพยายามที่ผ่านการคัดไว้ 8% ตัวเลขคุณภาพจึงต้องอ่านคู่กับการคัดทิ้งด้วย ไม่ควรอ่านเป็นโอกาสสำเร็จของเครื่องทั้งเครื่อง (Google Research)

อีกส่วนที่สำคัญคือทีมทดลองย้ายสถานะที่ผ่านการปรับคุณภาพไปอยู่ในวิธีป้องกันข้อผิดพลาดอีกแบบได้ งานจึงมีทั้งการสร้างสถานะและการเริ่มทดสอบว่าจะส่งต่อไปใช้ในระบบที่ใหญ่ขึ้นอย่างไร แต่ยังไม่ใช่การสาธิตโปรแกรมใช้งานจริงครบทุกส่วน (arXiv)

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ

จุดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลอยู่ในงานวิจัยโดยตรง ผู้เขียนกล่าวถึงการแยกตัวประกอบที่เกี่ยวข้องกับกุญแจ RSA2048 ซึ่งเป็นรูปแบบกุญแจในระบบเข้ารหัสข้อมูล พร้อมระบุว่าการคำนวณงานประเภทนี้ต้องการสถานะพิเศษที่มีข้อผิดพลาดต่ำกว่าผลที่สาธิตครั้งนี้อีกมาก นี่จึงเป็นความก้าวหน้าที่ควรติดตามในมุมการเข้ารหัส แต่ยังใช้ยืนยันไม่ได้ว่าระบบการเงินใดถูกถอดรหัสแล้ว (arXiv)

สำหรับคนทำงาน ผู้ปกครอง นักเรียน หรือเจ้าของร้าน ผมเสนอให้ใช้ข่าวนี้เป็นเหตุผลในการติดตามความพร้อมของบริการที่ดูแลข้อมูลสำคัญของเรา โดยยังไม่เปลี่ยนกิจวัตรการเงินจากพาดหัวเพียงอย่างเดียว แหล่งข้อมูลชุดนี้ไม่ได้รายงานว่าธนาคาร แอปการเงิน หรือสินทรัพย์คริปโทแห่งใดได้รับผลกระทบ และไม่ได้ให้ข้อมูลว่าองค์กรในไทยแห่งใดใช้ระบบที่เกี่ยวข้อง จึงยังระบุผลต่อบัญชีหรือบริการเฉพาะรายไม่ได้ครับ

ส่วนคนดูแลระบบควรสนใจความต่างระหว่าง “สร้างได้ตามทฤษฎี” กับ “ทดลองบนชิปจริงได้แล้ว” เพราะผู้วิจัยระบุว่าแนวคิด cultivation ช่วยลดการประเมินทรัพยากรสำหรับงานควอนตัมไปก่อนหน้านี้ และการทดลองครั้งนี้เป็นการตรวจสอบสมมติฐานสำคัญของแนวคิดนั้น (arXiv) ในความเห็นผม ข่าวลักษณะนี้เหมาะกับการทบทวนแผนระยะยาว มากกว่าการประกาศเหตุฉุกเฉินให้ทุกคนเปลี่ยนระบบพร้อมกัน

ทำงานยังไง

เริ่มจาก qubit หรือคิวบิต ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลของคอมพิวเตอร์ควอนตัม งานนี้พูดถึง logical qubit คือหน่วยข้อมูลที่จัดให้มีการป้องกันข้อผิดพลาด และ logical error คือข้อผิดพลาดที่ยังหลุดมาถึงหน่วยข้อมูลระดับนั้น ผู้วิจัยทดลองเตรียมสถานะพิเศษใน logical qubit แล้ววัดว่าคุณภาพดีขึ้นเพียงใดหลังผ่าน cultivation (arXiv)

คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จะทำงานได้หลากหลายต้องมีชุดการดำเนินการที่ครบพอ แต่การดำเนินการบางชนิดซึ่งงานวิจัยเรียกว่า non-Clifford gates มีต้นทุนสูงในระบบแก้ข้อผิดพลาดหลายแบบ ทางหนึ่งคือสร้าง magic state หรือสถานะพิเศษไว้ แล้วใช้สถานะนั้นช่วยทำการคำนวณที่ต้องการ สถานะ T ในข่าวนี้เป็นสถานะพิเศษที่ทีมเลือกทดลอง และเมื่อใช้ magic state ไปแล้วก็เอากลับมาใช้ซ้ำไม่ได้ (Google, arXiv)

ปัญหาคือการสร้างสถานะคุณภาพสูงมีต้นทุนมาก Google อ้างถึงประมาณการบางชุดที่ให้ทรัพยากรสำหรับส่วนนี้สูงได้ถึง 95% ของกำลังทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ควอนตัม ต้องเน้นว่า 95% เป็นประมาณการบางชุดที่ Google ยกมา ไม่ใช่ค่าที่วัดได้ว่าเครื่องทุกเครื่องเสียทรัพยากรเท่านี้ และไม่ได้หมายความว่า Willow ครั้งนี้ใช้ทรัพยากรตามสัดส่วนดังกล่าว (Google)

ลองนึกถึงร้านกาแฟสมมติที่ต้องเทกาแฟทิ้ง 9 แก้วกว่าจะได้แก้วที่ใช้ได้ แล้วเปลี่ยนมาคัดคุณภาพตั้งแต่ตอนบด เปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นว่าการปรับกระบวนการตั้งแต่ต้นอาจลดภาระช่วงท้ายได้อย่างไร ตัวเลข 9 แก้วเป็นเพียงภาพสมมติ ไม่ใช่อัตราทิ้งในการทดลอง และการคัดตั้งแต่ต้นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีของเสียเหลืออยู่

ในเครื่องจริง ทีมเริ่มจากสถานะที่ยังมีสัญญาณรบกวนในบริเวณเล็ก ๆ ของชิป จากนั้นใช้การวัดที่ประสานกันเพื่อตรวจข้อผิดพลาดและคัดความพยายามที่มีปัญหาออก กระบวนการนี้ช่วยให้ได้สถานะที่มีข้อผิดพลาดต่ำ พร้อมเตรียมส่งต่อไปยังการจัดเก็บแบบป้องกันข้อผิดพลาดที่ใหญ่ขึ้น นี่คือใจความของคำว่า cultivation ในงานนี้ครับ (Google)

ทีมยังทดสอบการเปลี่ยนระหว่าง color code กับ surface code ซึ่งเป็นวิธีจัดข้อมูลเพื่อช่วยตรวจและแก้ข้อผิดพลาดคนละแบบ โดยย้ายจาก color code ระดับ distance-3 ไปสู่ surface code ระดับ distance-5 คำว่า distance เป็นระดับของรหัสป้องกันข้อผิดพลาดในที่นี้ ไม่ใช่ระยะห่างเป็นเซนติเมตร ผลทดลองจึงช่วยเริ่มตอบว่าสถานะที่สร้างได้จะส่งต่อภายในสถาปัตยกรรมของทีมได้หรือไม่ (Google)

จุดหักมุม: คุณภาพ 99.99% มากับการเก็บไว้เพียง 8%

ตัวเลขที่สะดุดตาคือ 99.99% แต่รายละเอียดที่ช่วยให้เข้าใจผลคือการเก็บข้อมูลไว้ประมาณ 8% ในกรณีที่รายงานคุณภาพระดับนี้ งานวิจัยระบุว่ามีการคัดกรณีที่ตรวจพบข้อผิดพลาดออก และผลดังกล่าวรวมการทำ cultivation เพิ่มสองรอบกับวงรอบแก้ข้อผิดพลาดควอนตัมอีกสามรอบ คุณภาพที่สูงจึงมาจากเงื่อนไขการทดลองและการคัดเลือกที่ระบุไว้ (arXiv)

ความหมายสำหรับคนอ่านคือ อย่านำ “คุณภาพของสถานะที่ผ่านเกณฑ์” ไปแทน “สัดส่วนความพยายามที่ผ่านเกณฑ์” สองอย่างนี้ตอบคนละเรื่อง และยังต่างจากความสำเร็จของโปรแกรมควอนตัมทั้งโปรแกรม บทคัดย่อรายงานทั้ง fidelity และสัดส่วนที่เก็บไว้พร้อมกัน เราจึงควรพกตัวเลขทั้งคู่เวลาเล่าข่าวต่อครับ (Google Research)

ยังมีจุดหักมุมด้านการวัดผล Google เล่าว่าทีมเคยเห็นข้อมูลที่ดูเหมือนขัดกฎฟิสิกส์ ก่อนพบว่าสมมติฐานในวิธีวัดเดิมมีปัญหา เพราะสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปและอุณหภูมิส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการวัด ทีมจึงเพิ่มการควบคุมระบบและพัฒนาวิธีประเมินใหม่ที่ใช้ cultivation ช่วยวัดตัวมันเอง (Google)

ผมชอบรายละเอียดนี้เพราะมันชวนให้ดูคุณภาพของหลักฐานควบคู่กับตัวเลขสวย ๆ การทดลองที่น่าสนใจต้องอธิบายได้ด้วยว่าวัดอย่างไร และเหตุใดจึงเชื่อค่าที่วัดได้ ไม่อย่างนั้นเครื่องคิดเลขบนโต๊ะผมก็พิมพ์เลขเก้าเรียงกันได้เหมือนกันครับ

เรื่องเงิน / ผลกระทบ

ผลเรื่องต้นทุนที่งานนี้รองรับอยู่ในระดับทรัพยากรการคำนวณ การทำสถานะพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพอาจลดภาระของขั้นตอน distillation หรือการนำสถานะมาปรับคุณภาพต่อ งานวิจัยระบุว่า cultivation อาจช่วยลดจำนวนรอบของขั้นตอนนั้น หรือในบางกรณีอาจไม่ต้องใช้ขั้นตอนนั้นเลย แต่ไม่ได้รายงานราคาเครื่องหรือค่าใช้บริการเป็นเงินบาท (arXiv)

จึงยังแปลงผล “ข้อผิดพลาดลดลง 40 เท่า” เป็น “ต้นทุนถูกลง 40 เท่า” ไม่ได้ ตัวเลขแรกเป็นผลเปรียบเทียบคุณภาพสถานะในการทดลอง ขณะที่ Google บอกเพียงว่าหากแนวคิดทำงานได้บนฮาร์ดแวร์ ก็อาจลดขนาดคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้สำหรับงานจริงได้มาก และยังต้องสาธิตในขนาดใหญ่ขึ้น (Google)

ในด้านการเข้ารหัส งานวิจัยยกความต้องการสำหรับการแยกตัวประกอบกุญแจ RSA2048 ว่าต้องมีความคลาดเคลื่อนของ magic state ราว 10 ยกกำลังลบ 10 ขณะที่ผลทดลองรายงานขอบเขตบนของข้อผิดพลาดที่ 1(1) คูณ 10 ยกกำลังลบ 4 ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าคุณภาพเป้าหมายของงานนั้นกับสิ่งที่สาธิตครั้งนี้ยังต่างกัน โดยไม่ควรแปลงช่องว่างนี้เป็นจำนวนปีที่เหลือเอง (arXiv)

สำหรับเจ้าของธุรกิจ ผมเสนอให้มองเงินที่อาจต้องใช้ในอนาคตผ่านงานเตรียมความพร้อมก่อน เช่น รู้ว่าระบบใดเก็บข้อมูลสำคัญ และใครรับผิดชอบการเปลี่ยนวิธีเข้ารหัส ส่วนราคาบริการควอนตัมในไทย ความพร้อมให้ใช้งานในไทย หรือค่าเปลี่ยนระบบขององค์กรแต่ละแห่ง ยังไม่มีข้อมูลในแหล่งที่ให้มาครับ

ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน

วันเผยแพร่ยังต้องระวัง บรีฟระบุวันที่ 18 ตุลาคม แต่ข้อความจาก Google ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2026 และบอกว่าตีพิมพ์ใน Science “วันนี้” จึงยังยืนยันวันที่ 18 ตุลาคมเป็นวันตีพิมพ์จากข้อความต้นทางชุดนี้ไม่ได้ บทความนี้ยึดการระบุของ Google ว่างานตีพิมพ์ใน Science แล้ว โดยไม่เติมวันของวารสารเอง (Google)

ข้อมูลกำกับที่ให้มากับหน้า Google Research ระบุวันที่ 1 มกราคม 2023 ส่วนชุดข้อความ arXiv ระบุวันที่ 2 กันยายน 2019 ซึ่งไม่สอดคล้องกับลำดับเรื่องในบล็อก Google ที่เล่าว่าแนวคิด cultivation ของทีมพัฒนาขึ้นในปี 2024 จึงไม่ควรนำวันที่ในข้อมูลกำกับทั้งสองไปสรุปว่าเป็นวันเผยแพร่ผลทดลองนี้ ส่วนชื่อและรายชื่อผู้เขียนในข้อมูลกำกับ arXiv ก็ไม่ตรงกับเนื้อหางานที่แนบมา จึงควรแยกความน่าเชื่อถือของข้อมูลกำกับออกจากข้อความวิจัยที่อ่านได้ (Google Research, arXiv, Google)

ตัวเลขคุณภาพมีรายละเอียดมากกว่าทศนิยมสี่ตำแหน่ง บล็อกใช้คำว่าสถิติใหม่ที่ 99.99% ส่วนบทคัดย่อเขียน 0.9999(1) และเนื้อหางานระบุขอบเขตบนของข้อผิดพลาดพร้อมความไม่แน่นอน จึงไม่ควรตัดวงเล็บออกแล้วอธิบายว่าค่านี้แม่นยำแน่นอนทุกหลัก นอกจากนี้ เนื้อหางานเปรียบคุณภาพว่าคล้ายการสาธิตด้วย trapped ions หรือระบบที่ใช้ไอออนกักไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมชี้จุดเด่นด้านความเร็วของวงจรตัวนำยิ่งยวด จึงควรระวังการขยายคำว่า “สถิติใหม่” ไปครอบคลุมทุกเทคโนโลยี (Google, arXiv)

ยังไม่มีวัน Q-Day หรือวันที่เครื่องควอนตัมจะถอดรหัสที่ใช้งานอยู่ได้ในแหล่งข้อมูลชุดนี้ ไม่มีแหล่งใดให้วันที่ดังกล่าว และ Google ยังระบุว่ามีความท้าทายอีกมากก่อนใช้งานจริง จึงยังตอบไม่ได้ว่าเหลือกี่ปี รวมถึงยังไม่มีหลักฐานผลกระทบต่อองค์กรไทยจากข้อความที่ให้มา (Google)

แล้วเราควรทำอะไร

ข้อเสนอต่อไปนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปของผมสำหรับจัดการความพร้อม ไม่ใช่ข้อกำหนดหรือกำหนดเส้นตายจากงานวิจัย

คนทั่วไปและครอบครัว

  1. ยังไม่ต้องดำเนินการเฉพาะกิจจากข่าวนี้ ผลที่รายงานคือการเตรียมสถานะควอนตัม และผู้พัฒนายังต้องขยายการทดลองอีกมาก จึงไม่มีเหตุจากหลักฐานชุดนี้ให้รีบเปลี่ยนวิธีใช้บัญชีเพียงเพราะเห็นตัวเลข 99.99% (Google)
  2. ดูแลให้อุปกรณ์และแอปได้รับการอัปเดตตามปกติ หากผู้ให้บริการประกาศปรับระบบเข้ารหัส ให้ทำตามคำแนะนำของผู้ให้บริการนั้น ผมไม่กำหนดว่าต้องรอแอปเวอร์ชันใด เพราะแหล่งข้อมูลนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดการอัปเดตของบริการใดเลย
  3. เวลาแชร์ข่าว ให้ส่งข้อจำกัดไปด้วย ทั้งการเก็บความพยายามไว้ 8% และการที่ต้องทดสอบในขนาดใหญ่ขึ้น อย่าส่งต่อเฉพาะคำว่าแม่นยำ 99.99% แล้วปล่อยให้คนรับเดาว่าเครื่องทำงานครบแล้ว (Google Research, Google)

เจ้าของธุรกิจและคนดูแลงานประจำวัน

  1. ลองรวบรวมรายการบริการที่ดูแลข้อมูลสำคัญของกิจการ เช่น งานรับเงิน เอกสาร และข้อมูลลูกค้า พร้อมระบุคนติดต่อเมื่อมีประกาศเปลี่ยนระบบ ข้อนี้เป็นงานเตรียมความพร้อมที่ผมแนะนำ ไม่ใช่การระบุว่าบริการเหล่านั้นได้รับผลกระทบแล้ว
  2. ก่อนตั้งงบจากข่าวนี้ ให้ขอรายละเอียดจากผู้ให้บริการว่ามีแผนรองรับอย่างไร และแยกค่าใช้จ่ายที่เสนอจริงออกจากคำคาดการณ์ แหล่งข้อมูลชุดนี้ไม่มีราคาไทยหรือใบเสนอราคาการย้ายระบบให้ใช้เทียบ

ทีมไอทีและความปลอดภัย

  1. ทำบัญชีการใช้การเข้ารหัสของระบบ โดยระบุว่าใช้ที่ส่วนใด ใครเป็นผู้ดูแล และต้องพึ่งผู้ให้บริการรายใด ผมเสนอให้เริ่มจากการรู้สิ่งที่มี ก่อนเลือกรายการเปลี่ยนแปลง
  2. ทบทวนแผนย้ายสู่ post-quantum cryptography หรือวิธีเข้ารหัสที่ออกแบบให้รับมือภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ติดตามแผนขององค์กรและผู้ให้บริการต่อเนื่อง โดยไม่เติมกำหนดเส้นตายจากข่าวที่ไม่ได้ให้กำหนดเส้นตายไว้
  3. เมื่อประเมินความคืบหน้าทางฮาร์ดแวร์ ให้ดูคุณภาพสถานะ สัดส่วนที่ผ่านการคัด และผลการส่งต่อเข้ารหัสป้องกันข้อผิดพลาดร่วมกัน งานครั้งนี้มีหลักฐานทั้งสามส่วน แต่ยังเหลือการขยายขนาดให้เหมาะกับงานจริง (arXiv, Google)

ผมมองว่า…

ผมมองว่า ในฐานะความเห็นส่วนตัว ข่าวนี้ไม่ใช่สัญญาณให้ตื่นตระหนก แต่คือเหตุผลให้เตรียมตัวอย่างมีหลักฐาน ความน่าสนใจอยู่ที่ทีมเอาแนวคิดซึ่งช่วยลดประมาณการทรัพยากรมาทดสอบบนเครื่องจริงได้ ขณะเดียวกันก็เปิดเผยเงื่อนไขการคัดและข้อจำกัดด้านขนาดไว้ให้ประเมินด้วย (arXiv, Google)

สำหรับผู้อ่านทั่วไป ผมให้น้ำหนักกับการเข้าใจข่าวให้ถูกมากกว่าการรีบซื้ออะไรเพิ่ม ส่วนองค์กร ผมคิดว่าการรู้ว่าตนใช้การเข้ารหัสอยู่ตรงไหนเป็นจุดเริ่มต้นที่อธิบายและตรวจสอบได้ การเตรียมความพร้อมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทายปีที่เครื่องถอดรหัสจะมาถึง โดยเฉพาะเมื่อแหล่งข่าวที่เรามีไม่ได้บอกปีนั้นครับ

ปิดท้าย: สิ่งที่ต้องจับตา

ก้าวต่อไปที่ควรดูคือ Google จะสาธิต cultivation ในขนาดใหญ่ขึ้นได้อย่างไร และจะรักษาคุณภาพของสถานะระหว่างส่งต่อเข้าสู่ระบบที่รองรับงานจริงได้เพียงใด เพราะ Google ระบุเองว่ายังต้องขยายการทดลอง และงานวิจัยอธิบายการย้ายสถานะครั้งนี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองส่งต่อไปยังรหัสที่ใหญ่ขึ้น (Google, arXiv)

ผมอยากเห็นข่าวถัดไปเล่าทั้งสิ่งที่ทำได้และต้นทุนของการทำให้ได้เหมือนกัน เวลาอ่านให้ถามกับหลักฐานว่าเป็นคุณภาพของสถานะหนึ่งชุด หรือเป็นความสำเร็จของงานคำนวณครบชุดแล้ว ความต่างนี้ช่วยให้เราติดตามความก้าวหน้าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนทุกผลทดลองให้เป็นคำทำนายเรื่องเงินในบัญชี

Recap

  • Willow ลดข้อผิดพลาดของสถานะได้ประมาณ 40 เท่าในผลทดลองที่รายงาน (Google)
  • ค่า fidelity ที่รายงานคือ 0.9999(1) พร้อมเก็บความพยายามไว้ 8% (Google Research)
  • Magic state เป็นสถานะพิเศษสำหรับช่วยการคำนวณ และใช้แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำไม่ได้ (Google)
  • ตัวเลขทรัพยากรสูงถึง 95% เป็นประมาณการบางชุดที่ Google อ้างถึง (Google)
  • งานยังต้องขยายขนาดก่อนเหมาะกับการใช้งานจริง (Google)
  • แยกผลเตรียมสถานะออกจากข้อสรุปว่าเครื่องถอดรหัสพร้อมใช้งาน
  • คนทั่วไปดูแลการอัปเดตตามปกติ และติดตามประกาศจากผู้ให้บริการ
  • ทีมไอทีทบทวนบัญชีการเข้ารหัสและแผนเตรียมความพร้อมขององค์กร