
คลาวด์ญี่ปุ่นโดนเรียกค่าไถ่ กระทบ 495 องค์กร ธุรกิจไทยควรเตรียมทางรอด
ลูกค้า 495 องค์กรได้รับผลกระทบจากการโจมตีเรียกค่าไถ่ IDCF Cloud ในญี่ปุ่น แปลว่าปัญหาของผู้ให้บริการรายเดียวกระทบทั้งบริษัทและหน่วยงานท้องถิ่น ตามประกาศ IDC Frontier ครับ เหตุเริ่มวันที่ 7 ตุลาคม และ Kyodo ระบุว่า IDC Frontier เป็นบริษัทลูกของ SoftBank Corp.
สำหรับเจ้าของร้านหรือคนทำงานไทย ประเด็นใกล้ตัวคือเว็บไซต์เปิดไม่ได้แล้วงานจะเดินต่ออย่างไร ข่าวนี้มีทั้งเว็บหน่วยงานรัฐเข้าไม่ได้และงานคลังสินค้าได้รับผลกระทบ ตามรายงาน Kyodo ผมจะแยกสิ่งที่ยืนยันแล้วออกจากคำกล่าวอ้าง และชวนเตรียมทางทำงานต่อโดยไม่ต้องรอให้เกิดกับร้านเราก่อน
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
IDC Frontier ยืนยันว่าเหตุใน East Japan Region 1 หรือพื้นที่ให้บริการฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นที่ใช้ชื่อนี้ เกิดจากการโจมตีเรียกค่าไถ่ของบุคคลภายนอก บริษัทระบุว่ากำลังสอบสวนสาเหตุละเอียดและขอบเขตความเสียหาย ตามประกาศวันที่ 7 ตุลาคม จึงยังไม่ควรสรุปว่าทุกพื้นที่ของผู้ให้บริการถูกโจมตีเหมือนกัน
เหตุเริ่มประมาณ 01:40 น. เวลาไทย แปลว่าเกิดตอนกลางดึกก่อนวันทำงานจะเริ่ม โดยแปลงจากเวลาญี่ปุ่นที่ BleepingComputer ระบุไว้ในวันที่ 7 ตุลาคม บริษัทตัดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบออกจากเครือข่ายแล้วหยุดระบบ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเนื่องและข้อมูลรั่ว ตามประกาศทางการ
ต่อมา iSec News รายงานว่าพื้นที่ย่อยที่ได้รับผลกระทบมี 4 โซน แปลว่ามีหลายส่วนภายในพื้นที่ให้บริการเดียวกันที่ต้องจัดการกู้คืน ชื่อโซนคือ Tesla, Henry, Pascal และ Joule รายงานนี้ระบุว่าเครื่องเสมือนที่ได้รับผลกระทบยังเปิดกลับไม่ได้ และลูกค้าถูกแนะนำให้เตรียมสภาพแวดล้อมแยกต่างหาก
ต้องแยกสถานะหน้าเว็บ ระบบทำงาน และข้อมูลออกจากกันครับ เว็บเข้าไม่ได้ไม่ได้บอกทันทีว่าข้อมูลถูกขโมยทั้งหมด ส่วนระบบกลับมาเปิดได้ก็ยังต้องตรวจว่าข้อมูลครบหรือไม่ กรณีนี้ผู้ให้บริการยังสอบสวนขอบเขตอยู่ ตามประกาศ IDC Frontier จึงควรอ่านคำว่าได้รับผลกระทบอย่างระมัดระวัง
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ
IDCF Cloud ให้เช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน พื้นที่เก็บข้อมูล และเครือข่ายสำหรับเว็บไซต์กับระบบธุรกิจ ตามBleepingComputer พูดง่าย ๆ คือบริษัทลูกค้าเช่าทรัพยากรคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการ แทนการมีเครื่องทั้งหมดไว้ดูแลเอง นั่นทำให้ปัญหาที่ฝั่งผู้ให้บริการส่งผลถึงงานของลูกค้าได้
ผลกระทบที่เห็นไม่ได้หยุดอยู่แค่คนดูเว็บครับ Kyodo รายงานว่าเว็บไซต์รัฐบาลจังหวัดอิบารากิและตำรวจจังหวัดเข้าไม่ได้ สำนักข่าวเดียวกันยังระบุว่าระบบของบริษัทโลจิสติกส์ในกลุ่ม Nissui มีปัญหา จนกระทบการรับและส่งสินค้าของคลังอาหารแช่แข็ง เหตุด้านคอมพิวเตอร์จึงเกี่ยวกับของที่ต้องเคลื่อนย้ายจริงด้วย
ลองใช้ข่าวนี้ตรวจงานของคุณเอง โดยยังไม่ต้องสมมติว่าธุรกิจไทยรายใดอยู่ในกลุ่มผู้เสียหาย ถ้าร้านรับคำสั่งซื้อผ่านเว็บ ให้เขียนว่าขั้นตอนไหนต้องใช้ระบบนั้น ถ้าพนักงานเปิดรายการส่งสินค้าไม่ได้ ให้กำหนดว่ารายการใดต้องหยุดตรวจสอบก่อน สำหรับผู้ปกครองหรือนักเรียน ให้แยกการรอเว็บหน่วยงานกลับมาออกจากการหาช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
สำหรับร้านที่ใช้ LINE OA หรือบัญชีทางการของร้านเป็นช่องทางคุยกับลูกค้า ควรวางแผนเผื่อเฉพาะระบบหลังร้านที่เชื่อมต่ออยู่ด้วย นี่เป็นข้อเสนอเตรียมตัว ไม่ได้หมายความว่า LINE OA ถูกโจมตีในเหตุนี้ครับ ถ้าแชตยังใช้ได้แต่เปิดรายการสั่งซื้อไม่ได้ ร้านควรมีคำตอบเดียวกันทั้งทีม และไม่รับปากวันส่งจากข้อมูลที่ยังตรวจไม่ได้
ถ้าพรุ่งนี้ระบบที่ใช้รับเงินหรือจัดส่งเข้าไม่ได้ ใครในทีมตัดสินใจว่าจะทำงานต่อแบบไหน? การเขียนคำตอบไว้ล่วงหน้าช่วยให้แผนสำรองมีเจ้าของชัดเจน ไม่ต้องให้พนักงานทุกคนเดาเองตอนลูกค้ากำลังรอ
ทำงานยังไง
Ransomware หรือโปรแกรมเรียกค่าไถ่ คือการโจมตีที่ทำให้เจ้าของใช้งานข้อมูลไม่ได้เพื่อใช้ต่อรอง ในข่าวนี้มีข้อความอ้างว่าข้อมูลถูกเข้ารหัส ซึ่งหมายถึงถูกเปลี่ยนให้อ่านตามปกติไม่ได้ แต่รายละเอียดในข้อความนั้นยังต้องตรวจสอบ ตามBleepingComputer จึงต้องแยกคำอธิบายวิธีโจมตีทั่วไปออกจากสิ่งที่ยืนยันได้ในเหตุจริง
เครื่องเสมือน คือคอมพิวเตอร์ที่จัดไว้ให้ลูกค้าใช้งานผ่านโครงสร้างของผู้ให้บริการ ส่วน หน้าจัดการ คือหน้าที่ลูกค้าใช้ควบคุมทรัพยากรที่เช่าอยู่ BleepingComputer อธิบายบริการเช่าเหล่านี้ และรายงานว่าผู้ให้บริการระงับการเข้าหน้าจัดการระหว่างตรวจความปลอดภัย ประกาศทางการระบุด้วยว่าหน้าจัดการของพื้นที่อื่นถูกหยุดเพื่อการตรวจสอบ แม้ไม่ได้ยืนยันว่าพื้นที่เหล่านั้นถูกโจมตี ตามIDC Frontier
นึกถึงคอนโดที่ห้องเก็บกุญแจหลักถูกบุกรุกครับ ผู้เช่าแต่ละห้องอาจล็อกห้องตัวเองดี แต่เมื่อส่วนกลางไม่ปลอดภัย นิติบุคคลอาจต้องระงับการเข้าออกเพื่อควบคุมเหตุ ผู้เช่าจึงใช้งานห้องตามปกติไม่ได้พร้อมกัน ภาพนี้เป็นอุปมาอธิบายการพึ่งพาส่วนกลาง ไม่ได้บอกว่าผู้โจมตี IDCF ใช้วิธีขโมยกุญแจหรือรหัสแบบใด
Shared responsibility หรือการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ควรใช้เป็นกรอบเตรียมแผนในกรณีนี้: ผู้ให้บริการจัดการโครงสร้างของตน ส่วนลูกค้าต้องรู้ว่าตนถือข้อมูลสำรองอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่ข้อสรุปเรื่องสัญญาหรือความผิดของฝ่ายใด หลักฐานที่เกี่ยวข้องคือ iSec News รายงานว่าการฟื้นงานต้องอาศัยทั้งผู้ให้บริการและลูกค้า โดยมีการเสนอพื้นที่ย้ายระบบและช่วยเรื่องสำรองข้อมูล
ข้อมูลสำรอง คือสำเนาที่เตรียมไว้สำหรับนำงานกลับมา ส่วน ทดสอบกู้คืน คือทดลองนำสำเนานั้นกลับมาใช้ให้เห็นผลจริง ผมเสนอให้ตรวจทั้งไฟล์ รายการลูกค้า และลำดับงานที่ต้องเปิดตามกัน เพราะคำว่ามีสำเนาอย่างเดียวไม่ตอบว่าใช้งานต่อได้หรือยัง ควรกำหนดผลที่ต้องเห็น เช่น เปิดรายการสินค้าและตรวจยอดคำสั่งซื้อได้ โดยใช้ข้อมูลทดสอบแทนข้อมูลส่วนตัวจริง
จุดหักมุม: ผู้ให้บริการเป็นคนหยุดระบบเอง
แต่การเข้าไม่ได้ครั้งนี้มีส่วนที่เกิดจากการตัดสินใจควบคุมเหตุด้วยครับ IDC Frontier ระบุชัดว่าตัดเครือข่ายแล้วหยุดระบบเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มและข้อมูลรั่ว ตามประกาศบริษัท การหยุดบริการจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือ
แต่หยุดการลุกลามได้ไม่ได้แปลว่ากู้ข้อมูลกลับได้ทันที Cybernews รายงานต่อจากข้อมูลวันที่ 8 ตุลาคมว่า ข้อมูลบางส่วนอาจเรียกคืนหรือกู้กลับได้ยาก และการกู้ในช่วงนั้นคาดว่าต้องพึ่งสำเนาที่ลูกค้าถือเอง นี่คือเงื่อนไขที่ควรอ่านก่อนคิดว่าเพียงรอเปิดระบบก็จบ
เรื่องเงิน / ผลกระทบ
ผลต่อการทำงานที่จับต้องได้คือรับสินค้าและส่งสินค้าไม่เป็นปกติ ตามรายงาน Kyodo เรื่อง Nissui แต่แหล่งข่าวที่อ่านไม่มียอดเสียหายรวมซึ่งใช้คำนวณเป็นเงินบาทได้ จึงไม่ควรแต่งมูลค่าความเสียหายหรือเดาว่าลูกค้าแต่ละรายเสียเงินเท่าไร
สำหรับเจ้าของธุรกิจไทย ผมเสนอให้แยกงบเตรียมรับเหตุออกเป็นค่าที่เก็บสำเนา ค่าทดลองนำระบบกลับมา และค่าใช้ช่องทางทำงานชั่วคราว จดด้วยว่างานใดรอได้และงานใดกระทบลูกค้าทันที อย่าเริ่มจากซื้อบริการเพิ่มทั้งหมดก่อนรู้ว่าส่วนไหนจำเป็น เพราะร้านเล็กควรเริ่มจากสิ่งที่ช่วยให้รับเรื่องและตรวจรายการได้จริง
ถ้าพิจารณาเก็บสำเนาไว้กับผู้ให้บริการอีกแห่ง ให้ถามเพิ่มว่าทีมเข้าถึงสำเนานั้นได้อย่างไรเมื่อระบบเดิมเข้าไม่ได้ ลองให้คนที่รับผิดชอบจริงเปิดและตรวจไฟล์ด้วย อย่าเก็บเพียงชื่อบริการไว้ในเอกสารโดยไม่มีวิธีใช้ แผนที่ทุกคนเห็นว่าเรียบร้อยแต่ไม่มีใครเคยลองเปิด ค่อนข้างเหมือนงานที่ประชุมผ่านแล้วแต่ยังไม่มีคนทำครับ
อีกด้านคือข้อมูลของผู้ใช้บริการปลายทาง Cybernews รายงานว่า JR East และ View Card แจ้งข้อมูล สูงสุด 6.09 ล้านรายการอาจถูกเข้าถึง แปลว่าเป็นขอบเขตที่ยังมีความเป็นไปได้ ไม่ใช่จำนวนผู้เสียหายที่ยืนยันแล้ว สำนักข่าวรายงานว่าข้อมูลเกี่ยวข้องกับบริการส่งอีเมล และบริษัทระบุว่าเลขบัตรเครดิต ที่อยู่บ้าน และเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ถูกเปิดเผย
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้แปลว่ารถไฟหยุดวิ่งครับ ขอบเขตที่ Cybernews ระบุในส่วนนี้คือข้อมูลผ่านบริการส่งอีเมล จึงต้องอ่านแยกจากผลต่อระบบขนส่งจริง สำหรับผู้อ่านทั่วไป ให้ติดตามประกาศของบริการที่ตนใช้ แทนการตีความชื่อองค์กรในพาดหัวว่าเกิดความเสียหายทุกประเภทแล้ว
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
ฝั่งที่ยืนยันให้หยุดเพื่อความปลอดภัย คือ IDC Frontier ซึ่งระบุเหตุผลว่าต้องป้องกันความเสียหายต่อเนื่องและข้อมูลรั่ว ตามประกาศทางการ ส่วน ข้อจำกัดต่อความหวังว่าจะกลับมาได้ทันที อยู่ในรายงาน Cybernews ที่อ้างผู้ให้บริการเรื่องข้อมูลบางส่วนกู้ยาก ทั้งสองเสียงไม่ได้ขัดกันเรื่องการหยุดระบบ แต่ชี้ว่าควบคุมเหตุและฟื้นงานเป็นคนละขั้น
คำกล่าวอ้างของผู้โจมตีกับคำตอบของบริษัท ต้องแยกให้ชัด BleepingComputer รายงานข้อความจากภาพหน้าจอที่อ้างว่าบุกรุกและทำลายข้อมูลจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ IDC Frontier บอก Kyodo ว่ายังตรวจสอบความแท้ของข้อความอยู่ จึงไม่มีเหตุผลให้ใช้ตัวเลขจากผู้โจมตีเป็นยอดความเสียหายที่พิสูจน์แล้ว
รายละเอียด Nissui ต่างกันตามรายงาน ครับ BleepingComputer ระบุว่ายังไม่ชัดว่าเหตุระบบโลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับ IDCF หรือไม่ ขณะที่ Kyodo ระบุว่าบริษัทลูกด้านโลจิสติกส์ใช้บริการคลาวด์นี้ บทความนี้จึงอ้าง Kyodo สำหรับความเชื่อมโยง พร้อมรักษาข้อสงวนของอีกสำนักไว้ ไม่ทำให้ความไม่ตรงกันหายไป
ประกาศต่างวันให้รายละเอียดต่างระดับ: เอกสาร IDC Frontier ที่อ่านเป็นประกาศวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งยืนยันพื้นที่และการหยุดระบบ ตามต้นทาง ส่วนข้อมูลการกู้คืนที่ยากและการประสานงานฉุกเฉินมาจากรายงานวันที่ถัดมา ตามCybernews และ iSec News เราไม่ได้มีประกาศต้นฉบับทุกฉบับอยู่ในชุดแหล่งข่าวนี้ จึงไม่อ้างว่าได้ตรวจต้นทางล่าสุดทั้งหมด
ยังไม่ทราบชื่อกลุ่มผู้โจมตี วิธีเข้าระบบครั้งแรก หรือรายละเอียดการเรียกเงิน ตามCybernews ส่วน iSec News ระบุว่าบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยตัวผู้โจมตีหรือช่องทางเริ่มบุกรุกด้วย แหล่งที่อ่านยังไม่ให้กำหนดกลับมาใช้งานครบทุกส่วน หรือคำตอบเรื่องการชดเชยลูกค้า จึงต้องรอประกาศเพิ่มเติม
แล้วเราควรทำอะไร
ข้อเสนอต่อไปนี้เป็นแผนเตรียมตัวสำหรับงานของคุณ ไม่ใช่คำยืนยันว่าบริษัทไทยกำลังถูกโจมตีแบบเดียวกัน จุดตั้งต้นคือรายงาน iSec News ที่ชี้ว่าลูกค้าอาจต้องใช้พื้นที่แยกและสำเนาของตนเองเพื่อฟื้นงาน ควรเลือกขั้นตอนให้เหมาะกับหน้าที่และงบที่มี
คนทั่วไปและพนักงานออฟฟิศ — ทำตามได้เลย
- จดช่องทางแจ้งปัญหาของที่ทำงานและชื่อคนตัดสินใจเมื่อระบบเข้าไม่ได้ เก็บข้อมูลติดต่อในที่ที่เปิดได้โดยไม่พึ่งระบบตัวเดียวกับงาน
- ถ้าเว็บหน่วยงานหรือระบบงานเข้าไม่ได้ ให้ตรวจประกาศจากช่องทางที่รู้จัก อย่าสรุปว่าบัญชีของคุณถูกขโมยเพียงเพราะหน้าเว็บไม่เปิด
- เตรียมบันทึกงานค้างที่ไม่ใส่ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น ระบุว่างานใดส่งไปแล้วและงานใดยังรอ เพื่อให้ตรวจต่อได้เมื่อกลับมาใช้ระบบ
เจ้าของร้านและธุรกิจเล็ก — ทำตามได้เลย
- เขียนรายการระบบที่ร้านต้องใช้ ตั้งแต่รับคำสั่งซื้อ ตรวจยอด จัดสินค้า ไปถึงติดต่อผู้ซื้อ ทำเครื่องหมายว่าส่วนไหนใช้ผู้ให้บริการเดียวกัน
- ขอคนดูแลระบบจัดสำเนาแบบออฟไลน์หรือไว้กับผู้ให้บริการอื่นตามความเหมาะสม คำว่าออฟไลน์คือสำเนาที่ไม่ต้องเชื่อมระบบงานตลอดเวลา แล้วทดลองนำกลับมาใช้จริงก่อนนับว่าพร้อม
- เตรียมแผนสำหรับ LINE OA และร้านค้าออนไลน์ เช่น ข้อความแจ้งการตรวจรายการล่าช้า ช่องทางรับเรื่องชั่วคราว และคนตรวจรายการซ้ำ ก่อนยืนยันการส่งหรือรับชำระเงิน
- หาและบันทึกหน้าประกาศเหตุขัดข้องของผู้ให้บริการไว้ล่วงหน้า กำหนดว่าใครติดตามข่าว ใครตอบลูกค้า และใครอนุมัติย้ายไปทำงานชั่วคราว
ทีม IT และคนพัฒนาระบบ — ทำตามได้เลย
- แยกให้ชัดว่าสำเนาใดอยู่ในพื้นที่เดียวกับระบบหลัก และสำเนาใดเข้าถึงได้จากภายนอกพื้นที่นั้น ทดลองด้วยสถานการณ์ที่หน้าจัดการเดิมใช้ไม่ได้
- ทดสอบกู้คืนในพื้นที่แยก ตรวจว่าข้อมูลอ่านได้และงานสำคัญเดินต่อได้ บันทึกข้อผิดพลาดกับขั้นตอนที่ต้องอาศัยผู้ให้บริการ เพื่อให้ครั้งถัดไปไม่ต้องเริ่มค้นใหม่
- ตรวจข้อตกลงบริการว่าครอบคลุมการสำรอง การกู้คืน การแจ้งเหตุ และการชดเชยอย่างไร อย่าใช้บทความข่าวแทนรายละเอียดสัญญาขององค์กรตัวเอง
- ซ้อมการประสานงานกับผู้บริหารและหน้าร้าน โดยแยกสิ่งที่ยืนยันแล้ว สิ่งที่กำลังตรวจ และสิ่งที่ยังตอบไม่ได้ ให้พนักงานสื่อสารขอบเขตเดียวกันแทนการเดาความเสียหาย
ผมมองว่า…
ผมมองว่า บทเรียนนี้ไม่ใช่การเลิกใช้คลาวด์ แต่คือการรู้ว่าจะทำงานต่ออย่างไรเมื่อผู้ให้บริการที่พึ่งอยู่หยุดชั่วคราว คำว่าเลือกบริษัทใหญ่แล้วควรตรวจคู่กับแผนที่เราใช้ได้จริงด้วย กรณีนี้แสดงข้อจำกัดของการรอระบบเปิดกลับ เพราะ iSec News รายงานว่าการฟื้นงานอาจต้องใช้สภาพแวดล้อมแยกและข้อมูลสำรองของลูกค้า
ผมมองว่า ร้านเล็กควรเริ่มจากกู้ข้อมูลที่จำเป็นและรับเรื่องลูกค้าได้ก่อน ไม่ต้องทำระบบสำรองทุกอย่างให้ซับซ้อนทันที ลองเลือกงานที่หยุดแล้วกระทบคำสั่งซื้อโดยตรง แล้วซ้อมกับคนที่จะลงมือจริง ผลการซ้อมจะช่วยบอกว่าควรเพิ่มงบตรงไหน มากกว่าซื้อบริการเพิ่มโดยยังไม่เคยตรวจว่าข้อมูลนำกลับมาใช้ได้
ปิดท้าย: สิ่งที่ต้องจับตา
ความพร้อมของธุรกิจควรวัดจากวันที่ระบบเข้าไม่ได้แล้วยังจัดการงานได้ด้วย สำหรับเหตุนี้ให้จับตาผลสอบสวนขอบเขตข้อมูล และเงื่อนไขการฟื้นบริการที่ผู้ให้บริการยืนยัน ตามทิศทางการสอบสวนและแผนกู้คืนที่ iSec News รายงานวันที่ 9 ตุลาคม ชุดแหล่งข่าวที่อ่านยังไม่มีกำหนดจบการกู้คืน จึงไม่มีวันนัดหมายให้ผู้อ่านนับถอยหลังครับ
ถ้าระบบหลักของร้านหรือที่ทำงานคุณเข้าไม่ได้พรุ่งนี้ งานแรกที่คุณมีแผนทำต่อได้แล้วคืออะไร?
Recap
- เกิดอะไรขึ้น: IDCF Cloud ถูกโจมตีเรียกค่าไถ่ และผู้ให้บริการหยุดระบบเพื่อจำกัดความเสียหาย ตามประกาศ IDC Frontier
- ตัวเลขที่จำ: ลูกค้า 495 องค์กรได้รับผลกระทบ แปลว่าครอบคลุมทั้งธุรกิจและหน่วยงานท้องถิ่น ตามIDC Frontier
- พื้นที่: เหตุที่ยืนยันอยู่ใน East Japan Region 1 ส่วนการหยุดหน้าจัดการพื้นที่อื่นเป็นการตรวจความปลอดภัย ตามประกาศบริษัท
- ใครเห็นต่าง: BleepingComputer ยังไม่ยืนยันความเชื่อมโยงของ Nissui แต่ Kyodo ระบุการใช้บริการนี้ ส่วนข้อความผู้โจมตียังต้องตรวจความแท้ ตามKyodo และBleepingComputer
- ยังไม่รู้: ตัวผู้โจมตี ช่องทางบุกรุก รายละเอียดเรียกเงิน และกำหนดฟื้นบริการครบ ตามขอบเขตข้อมูลของCybernews และiSec News
- สำหรับคุณ: ตรวจสำเนานอกระบบหลัก ซ้อมกู้คืน และกำหนดคนรับผิดชอบแผนทำงานชั่วคราว
- จับตา: ผลสอบสวนข้อมูลและเงื่อนไขฟื้นระบบที่ยืนยันแล้ว แยกออกจากคำกล่าวอ้างบนภาพหน้าจอ
- แหล่งอ้างอิง: 1 — IDC Frontier, 2 — BleepingComputer, 3 — Kyodo, 4 — Cybernews, 5 — iSec News