
Ironclad Agent ค้นสัญญาผ่านแชต ความจำดีลเก่าช่วยงานได้แค่ไหน
Ironclad บริษัทซอฟต์แวร์จัดการสัญญา เปิดตัว Ironclad Agent พร้อมอ้างว่า 86% ขององค์กรเจอขั้นตอนสัญญาที่แยกขาดกันจนการขายและจัดซื้อช้า แปลว่าเอกสารค้างอาจทำให้งานรับเงินกับงานซื้อของติดขัด ตัวเลขนี้มาจากประกาศบริษัท ไม่ใช่ผลตรวจสอบอิสระครับ (Ironclad) บริษัทประกาศผลิตภัณฑ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม โดยให้ทีมค้นสัญญา ถามข้อมูล และส่งงานต่อผ่านหน้าจอแชตเดียว (Ironclad)
สำหรับคนขายของหรือดูแลจัดซื้อ เรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าชื่อเทคโนโลยีครับ ลองนึกถึงวันที่ต้องต่อสัญญา แต่คนที่เจรจารอบก่อนย้ายงานไปแล้ว สิ่งที่อยากรู้จึงมีทั้งข้อความในเอกสารและเหตุผลที่ทีมเคยยอมรับเงื่อนไขนั้น ซึ่งเป็นปัญหาความรู้สูญหายที่ Ironclad ยกมาอธิบายผลิตภัณฑ์นี้ (Ironclad)
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
Ironclad Agent เป็นผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่รับคำสั่งภาษาคน แล้วประสานผู้ช่วยเฉพาะงานภายในแพลตฟอร์ม บริษัทเรียกผู้ช่วยเหล่านั้นว่า agent หรือเอเจนต์ หมายถึงระบบที่รับงานและดำเนินขั้นตอนตามความสามารถของมัน ไม่ได้มีเพียงช่องตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสาร (Ironclad)
เบื้องหลังคือ Contract Knowledge Graph หรือโครงข่ายเชื่อมความรู้เรื่องสัญญา ชื่อยาวนี้หมายถึงการเชื่อมข้อสัญญา หน้าที่ที่ต้องทำ ความสัมพันธ์กับคู่ค้า และการตัดสินใจที่ผ่านมาเข้าด้วยกัน Ironclad บอกว่าจะทำให้คำตอบอิงบริบทบริษัท มากกว่าการอ่านเอกสารแยกฉบับ (ประกาศ Ironclad)
สถานะเปิดใช้งานต้องแยกตามรายการครับ บทความผลิตภัณฑ์ของ Ironclad ระบุของที่เปิดให้ใช้ทั่วไปในรอบนี้ ของที่มีอยู่เดิม และของที่ยังเปิดให้ทดลองก่อน ดังนี้ (Ironclad)
- เปิดให้ใช้ทั่วไป: Ironclad Agent, Search Agent, Analytics Agent, Workflow Designer Agent, Contract Family Agent และ Policy-Based Access Control
- ผู้ช่วยที่มีอยู่เดิม: Intake Agent, Contract Review Agent, Archive Agent และ Renewal Agent
- เปิดให้ทดลองก่อน: Playbook Agent ซึ่งช่วยร่างแนวทางเจรจาสัญญาของบริษัท
ชื่อของ Search Agent สื่อถึงงานค้นหา ส่วน Analytics Agent ใช้กับการวิเคราะห์ข้อมูล Contract Family Agent เกี่ยวกับชุดสัญญาที่สัมพันธ์กัน อย่างไรก็ดี แหล่งที่อ่านไม่ได้แจกแจงความสามารถทุกชื่ออย่างละเอียด จึงไม่ควรเติมรายการงานที่ทำได้เองจากชื่อผลิตภัณฑ์ (Ironclad)
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ
ถ้าคุณเป็นฝ่ายขาย ประเด็นที่น่าพิจารณาคือการเตรียมข้อมูลก่อนคุยเงื่อนไขกับลูกค้า ฝ่ายจัดซื้ออาจสนใจหน้าที่ของคู่ค้าและประวัติการต่อสัญญา ส่วนเจ้าของกิจการเล็กควรถามว่าทีมเสียเวลาอยู่กับการหาเอกสาร หรือกับการตัดสินใจจริง แนวคิดนี้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้ฝ่ายกฎหมาย จัดซื้อ และฝ่ายขายที่ Ironclad ระบุไว้ (Ironclad)
ตัวอย่างสมมติในบทความบริษัทเป็นผู้จัดการจัดซื้อใหม่ที่ต้องทบทวนความสัมพันธ์กับ Sedona Networks ผู้ช่วยแสดงว่าคู่ค้ารายนี้เป็นทั้งลูกค้าและผู้ขาย พร้อมทางไปดูชุดสัญญาที่เกี่ยวข้อง นี่เป็นสถานการณ์สาธิตของผู้ขาย ไม่ใช่รายงานผลทดลองของบทความนี้ครับ (Ironclad)
สิ่งที่คนทำงานควรแยกให้ออกคือ การค้นเจอข้อมูลกับการอนุมัติเงื่อนไขเป็นคนละงาน แม้ผู้ช่วยจะเสนอขั้นตอนถัดไปได้ Ironclad เองก็ระบุว่าบริษัทไม่ใช่สำนักงานกฎหมาย และแนะนำให้ปรึกษาทนายที่มีใบอนุญาตเพื่อประเมินความถูกต้องกับความเหมาะสมต่อธุรกิจ (Ironclad)
แล้วความจำดีลเก่าต่างจากการค้นชื่อไฟล์อย่างไร? คำอธิบายของบริษัทอยู่ที่การเชื่อมประวัติการเจรจากับเงื่อนไขที่อนุมัติไว้ เพื่อช่วยให้เห็นว่าทีมเคยยืนยันหรือยอมถอยตรงไหน การมีเอกสารครบจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ (Ironclad)
ทำงานยังไง
ลำดับตามที่ Ironclad อธิบายเริ่มจากผู้ใช้บอกสิ่งที่ต้องการในแชต ระบบค้นสัญญาหรือขั้นตอนงานที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งต่อให้ผู้ช่วยเฉพาะงาน สุดท้ายจึงคืนคำตอบหรือข้อเสนอว่าจะทำอะไรต่อ คำว่า workflow ในข่าวนี้หมายถึงลำดับงาน เช่น การส่งเอกสารให้ผู้รับผิดชอบตรวจและอนุมัติ (Ironclad)
Contract Knowledge Graph ทำหน้าที่จัดความสัมพันธ์ของข้อมูลเหล่านั้น บริษัทบอกว่าระบบเชื่อมข้อสัญญา ภาระผูกพัน และการตัดสินใจในการเจรจาให้ค้นและนำไปใช้ได้ จึงอ้างว่าสามารถมองข้ามเอกสารฉบับเดียวไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อตกลงได้ แต่ยังเป็นคำอธิบายการทำงานจากผู้พัฒนาครับ (Ironclad)
เปรียบแบบไทย ๆ คือเจ้าหน้าที่เก็บแฟ้มที่จำดีลเก่าของร้านได้ เขาไม่ได้หยิบแค่แฟ้มล่าสุด แต่จำได้ว่ารอบก่อนใครอนุมัติและยอมเงื่อนไขไหน แล้วส่งเรื่องให้คนที่รับผิดชอบถูกฝ่าย อุปมานี้ช่วยอธิบายบริบทตามที่ Ironclad เสนอ ไม่ได้หมายความว่า AI จำได้ถูกต้องทุกครั้ง (Ironclad) แฟ้มอยู่ครบก็ยังไม่ช่วย ถ้าทุกคนจำได้เพียงว่าเคยวางไว้ตรงไหนสักแห่งครับ
ในสถานการณ์สาธิต ผู้ใช้ขอข้อมูลรายจ่ายแล้วระบบเรียก Analytics Agent ต่อด้วยขอแนวทางประหยัดตอนต่อสัญญาแล้วเรียก Renewal Agent เมื่ออัปโหลดข้อตกลงใหม่ ระบบเลือกขั้นตอนงานและให้ Intake Agent ช่วยกรอกข้อมูลรับเรื่อง ชื่อนี้หมายถึงผู้ช่วยอ่านข้อมูลเริ่มต้นเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการ (Ironclad)
อีกส่วนคือ Policy-Based Access Control หรือการกำหนดสิทธิ์ผ่านนโยบาย บริษัทบอกว่าจะประเมินตัวผู้ใช้และสิ่งที่ขอเข้าถึงทุกครั้ง รวมถึงคำขอผ่านเอเจนต์ด้วย ส่วน Workflow Designer Agent ให้ผู้ดูแลบอกลำดับงานผ่านบทสนทนา และช่วยตรวจข้อมูลที่ซ้ำหรือขัดกันในขั้นตอนงาน (Ironclad)
จุดหักมุม: จำสิ่งที่เคยยอม ไม่ได้แปลว่าควรยอมอีก
แต่ประวัติที่บริษัทเคยรับได้ อาจต่างจากมาตรฐานที่บริษัทตั้งไว้ในปัจจุบัน ตัวอย่างของ Ironclad เองแสดงเงื่อนไขที่ตรงกับประวัติคู่ค้า แต่สูงกว่าแนวทางเจรจาภายใน ผู้ช่วยจึงทำให้เห็นความต่างทั้งสองด้าน แทนที่จะทำให้ความต่างนั้นหายไป (Ironclad)
Playbook คือคู่มือจุดยืนในการเจรจา เช่น เงื่อนไขที่ทีมตั้งใจใช้เป็นมาตรฐาน Playbook Agent ช่วยร่างฉบับตั้งต้นจากประวัติและข้อมูลสัญญา แต่ยังอยู่ในช่วงเปิดให้ทดลองก่อน และเข้าถึงผ่าน Contract Review Agent ตามบทความบริษัท (Ironclad) ผู้ช่วยตรวจสัญญากับผู้ช่วยสร้างคู่มือจึงต้องแยกกันเวลาประเมินว่าฟีเจอร์ใดพร้อมใช้
เรื่องเงิน / ผลกระทบ
เรื่องประหยัดเงินที่ผู้ขายเสนอมีทั้งการหาจุดต่อรองและการลดงานประจำ แต่ตัวอย่างโอกาสประหยัดในบทความเป็นการสาธิต ไม่ใช่ยอดที่ธุรกิจไทยจะได้แน่นอน บทความนี้จึงไม่เอาตัวเลขในสถานการณ์สมมติมาคูณเป็นเงินคืนให้ผู้อ่านครับ (Ironclad)
หลักฐานจากลูกค้าที่ประกาศยกมาคือ Sharisse Cumberbatch ผู้บริหารฝ่ายกฎหมายของ ANDMORE เธอบอกว่าเดิมใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงวิเคราะห์สัญญาและระบุความเสี่ยงก่อนเริ่มเสนอแก้ข้อความ แปลว่างานเตรียมตรวจตามคำบอกเล่านี้กินเวลาหลายชั่วโมง (ข่าวบริษัทผ่าน PR Newswire)
เธอระบุว่าเมื่อใช้ Contract Review Agent งานวิเคราะห์ดังกล่าวเหลือประมาณ 20 นาที แปลว่าเวลาที่ลดลงในคำให้สัมภาษณ์เป็นช่วงวิเคราะห์ก่อนแก้สัญญา ไม่ใช่เวลาปิดดีลทั้งหมด นี่เป็นประสบการณ์ลูกค้าที่ผู้ขายเลือกเผยแพร่ ไม่ใช่ผลเฉลี่ยของผู้ใช้ทุกคนหรือทุกเอเจนต์ (PR Newswire)
สำหรับเจ้าของกิจการ ผมแนะนำให้ประเมินแยกกันระหว่างเวลาหาเอกสาร เวลาตรวจคำตอบ และเวลาตัดสินใจของคน อย่าใช้เวลาที่ระบบตอบเร็วเป็นต้นทุนที่ประหยัดได้ทั้งหมด เพราะส่วนการตรวจสอบยังต้องอยู่ในแผน ทดลองกับงานขอบเขตเล็กก่อน แล้วจดว่าผลลัพธ์ช่วยให้งานเดินต่อได้จริงหรือเพียงทำให้มีข้อความให้อ่านเพิ่ม
เอกสารที่ได้รับไม่ระบุราคาไทย แพ็กเกจสำหรับกิจการเล็ก หรือการเปิดให้ใช้ในประเทศไทย จึงยังคำนวณความคุ้มค่าเป็นเงินบาทไม่ได้ สถานะเปิดให้ใช้ทั่วไปที่ Ironclad ระบุในบทความผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้ให้คำตอบเรื่องการซื้อจากไทยโดยตรง (Ironclad)
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
ฝั่งสนับสนุนคือ Ironclad และลูกค้าที่บริษัทนำมาอ้าง Dan Springer ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ironclad บอกว่าประวัติการเจรจาเป็นข้อได้เปรียบเมื่อทีมค้นและนำไปใช้ได้ ส่วน ANDMORE ให้ตัวอย่างเวลาตรวจที่ลดลง ทั้งสองเสียงมีชื่อชัด แต่ปรากฏอยู่ในประกาศของผู้ขาย (Ironclad)
ฝั่งตั้งข้อจำกัดของหลักฐานคือ Rise Productive สื่อนี้รายงานการเปิดตัวเช่นกัน แต่ชี้ว่าข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ให้ผลศึกษาประสิทธิภาพอิสระสำหรับฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด นั่นไม่ใช่คำกล่าวหาว่าผลิตภัณฑ์ใช้ไม่ได้ เป็นข้อเตือนว่าเรื่องเล่าจากลูกค้าบางรายยังตอบแทนผลลัพธ์ทั่วไปไม่ได้ (Rise Productive)
สถานะเปิดใช้ต่างกันที่ขอบเขตเอกสาร Rise Productive ระบุว่าข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ให้วันทยอยเปิดทั่วไปสำหรับฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด แต่บทความผลิตภัณฑ์ของ Ironclad แยกรายการเปิดให้ใช้ทั่วไปกับ Playbook Agent ที่ยังทดลองก่อนแล้ว จึงควรอ่านเป็นความต่างของรายละเอียดที่แต่ละแหล่งนำเสนอ ไม่ใช่สรุปว่าทุกอย่างยังไม่เปิด (Rise Productive, Ironclad)
ข่าวหลายเว็บไม่ได้เท่ากับการยืนยันหลายชุด PR Newswire ระบุผู้เผยแพร่เป็น Ironclad Inc. และนำเสนอประกาศเดียวกับบริษัท จึงใช้ตรวจเนื้อหาประกาศได้ แต่ไม่ใช่เสียงอิสระอีกฝ่าย บทความนี้ใช้ Rise Productive เป็นมุมตรวจข้อจำกัด และไม่ได้ทดลองระบบจริง (PR Newswire, Rise Productive)
รายละเอียดที่ยังตอบไม่ได้จากแหล่งเหล่านี้ ได้แก่ ความสามารถกับสัญญาภาษาไทย ความแม่นยำต่อข้อกฎหมายไทย และราคาใช้งานในไทย ไม่พบผลทดสอบอิสระในบทสรุปที่ Rise Productive ให้มา จึงไม่ควรตีความคำว่าเข้าใจธุรกิจของผู้ขายว่าได้รับการพิสูจน์ครบทุกบริบท (Rise Productive)
ถ้า AI หยิบข้อยกเว้นจากดีลเก่ามาเสนอเป็นมาตรฐานใหม่ ใครจะเป็นคนตรวจ? นี่เป็นคำถามที่ผู้อ่านควรถามก่อนทดลอง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่แหล่งข่าวรายงานว่าเกิดขึ้นแล้ว การปรึกษาทนายเพื่อประเมินความถูกต้องยังเป็นข้อแนะนำที่ Ironclad ระบุไว้เอง (Ironclad)
แล้วเราควรทำอะไร
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นคำแนะนำสำหรับประเมินเครื่องมือครับ ไม่ใช่ผลรับรองผลิตภัณฑ์ และไม่ใช่คำแนะนำกฎหมาย เป้าหมายคือให้คนที่รับผิดชอบสัญญาตรวจข้อมูลได้ ก่อนนำคำตอบไปเปลี่ยนเงื่อนไขหรืออนุมัติงาน
คนทำงานฝ่ายขายและจัดซื้อ
- เลือกงานที่ติดขัดจริง เช่น หาข้อตกลงเดิมหรือเตรียมข้อมูลก่อนต่อสัญญา เขียนให้ชัดว่าต้องการเอกสารใดและคำตอบเพื่อใช้ตัดสินใจเรื่องใด
- ขอให้ผู้สาธิตแสดงเอกสารต้นทางพร้อมคำตอบ แล้วเปิดตรวจข้อความที่เกี่ยวข้องเอง แยกเงื่อนไขในสัญญาปัจจุบันออกจากสิ่งที่เคยยอมในอดีต
- ส่งประเด็นที่กระทบหน้าที่หรือความรับผิดให้ผู้รับผิดชอบสัญญาตรวจ อย่านำคำตอบแชตไปถือเป็นการอนุมัติแทนทีมกฎหมาย
เจ้าของกิจการเล็กและผู้ดูแลงบ
- ขอราคาและยืนยันว่าองค์กรในไทยซื้อใช้งานได้อย่างไร ก่อนวางงบจากข่าวนี้ ขอให้ระบุด้วยว่าฟีเจอร์ที่สาธิตรวมอยู่ในข้อเสนอหรือไม่
- ทดลองสัญญาภาษาไทยที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทดสอบ และให้คนที่รู้เอกสารนั้นตรวจคำตอบ บันทึกจุดที่ผิดหรือขาดบริบทโดยไม่ใช้ข้อมูลจริงที่ยังไม่ได้อนุญาต
- นับเวลาตั้งแต่เริ่มหาข้อมูลจนผู้รับผิดชอบยืนยันคำตอบ ไม่ใช่จับเวลาเฉพาะตอน AI ตอบ แล้วจึงเทียบกับวิธีทำงานเดิมของทีม
ทีม IT และฝ่ายกฎหมาย
- ขอแผนผังข้อมูลที่ระบบจะอ่าน และตั้งขอบเขตว่าใครเข้าถึงสัญญากลุ่มใดได้ ทดสอบทั้งการเปิดเอกสารโดยตรงและการถามผ่านแชต
- ตรวจตัวอย่างที่ประวัติการเจรจาต่างจากแนวทางปัจจุบัน ให้ผู้ทดลองแสดงว่าระบบนำเสนอความต่างอย่างไร ก่อนใช้กับงานที่ต้องรับผิดชอบจริง
- แยกรายการฟีเจอร์เปิดทั่วไปออกจากช่วงทดลองในแผนงาน อย่าผูกงานจำเป็นกับ Playbook Agent จนกว่าจะยืนยันสถานะและเงื่อนไขการเข้าถึงกับผู้ขาย
การทดสอบสิทธิ์ในข้อแนะนำนี้มีจุดอ้างอิงชัดครับ Ironclad อ้างว่านโยบายเดียวกันใช้ประเมินคำขอที่ผ่านเอเจนต์ด้วย ส่วนการแยกประวัติจากมาตรฐานก็มีตัวอย่างในบทความผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ทีมต้องทำคือทดสอบคำอ้างเหล่านั้นกับข้อมูลและสิทธิ์ของตัวเอง (Ironclad)
ผมมองว่า…
ผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การแข่งขันว่าแชตไหนตอบสัญญาเร็วกว่า แต่คือการจัดความรู้ของบริษัทให้คนใหม่ตรวจและใช้ต่อได้ ถ้าระบบทำตามที่ผู้ขายอธิบาย ทีมอาจได้ทั้งเอกสารและบริบทที่เคยต้องตามถามคนเก่า แต่ความเร็วควรถูกวัดคู่กับความถูกต้องและการรับผิดชอบของคนเสมอ
ผมมองว่ากิจการเล็กไม่จำเป็นต้องเริ่มจากซื้อเครื่องมือก่อน เริ่มจากรู้ว่ามีสัญญาอะไร ใครรับผิดชอบ และจุดไหนต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ก็ทำให้โจทย์ทดลองชัดขึ้นแล้ว เมื่อไปดูการสาธิต คุณจะถามได้ว่าผู้ช่วยแก้งานค้างของทีมตรงไหน แทนการตื่นเต้นกับคำตอบที่ดูเรียบร้อยเพียงอย่างเดียว
ปิดท้าย: สิ่งที่ต้องจับตา
คุณค่าของผู้ช่วยสัญญาควรอยู่ที่การตัดสินใจซึ่งตรวจย้อนกลับได้ พร้อมคนรับผิดชอบชัดเจน สิ่งแรกที่จับตาคือการสาธิตเพิ่มเติมในสัมมนาออนไลน์ของ Ironclad วันที่ 15 ตุลาคม เวลา 00:00 น. ตามเวลาไทย แปลว่าเป็นช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันนั้น เมื่อแปลงจากกำหนดวันที่ 14 ตุลาคม เวลา 10 นาฬิกา PT ที่บริษัทประกาศ (Ironclad)
อีกเรื่องคือหลักฐานประสิทธิภาพจากการทดสอบอิสระ รวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นต่อการใช้งานในไทย ซึ่งยังไม่ได้คำตอบจากชุดแหล่งข่าวนี้ ข้อสังเกตของ Rise Productive เรื่องหลักฐานจึงยังควรอยู่ในรายการตรวจของผู้ซื้อ (Rise Productive) ในทีมของคุณ งานสัญญาที่ค้างบ่อยที่สุดคือหาเอกสารไม่เจอ หรือไม่มีคนยืนยันว่าเงื่อนไขนั้นยังใช้ได้?
Recap
- เกิดอะไรขึ้น: Ironclad เปิดผู้ช่วยแชตเพื่อค้นสัญญาและประสานงานเอเจนต์ โดยเชื่อมบริบทดีลเก่า (1)
- ตัวเลขที่จำ: ผู้ขายอ้างว่า 86% ขององค์กรเจอกระบวนการสัญญาแยกขาดจนงานช้า แปลว่าเป็นคำอ้างถึงปัญหางาน ไม่ใช่อัตราความแม่นยำของ AI (2)
- ใครตั้งข้อจำกัด: Rise Productive ชี้ว่ายังไม่มีผลศึกษาประสิทธิภาพอิสระสำหรับฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด ส่วนสถานะเปิดใช้ต้องดูรายการในบทความผลิตภัณฑ์ (4, 1)
- ยังไม่รู้: ราคาไทย การเปิดให้ใช้ในไทย และผลทดสอบสัญญาภาษาไทยยังไม่มีคำตอบจากแหล่งที่ใช้ อย่าสรุปจากคำว่าเปิดทั่วไปเพียงอย่างเดียว
- ผลต่อคุณ: ทดลองงานค้นและเตรียมข้อมูลก่อน แล้วให้คนตรวจข้อสัญญาและบริบทก่อนนำไปตัดสินใจ
- สิ่งที่จับตา: สัมมนาออนไลน์กลางเดือนตุลาคม และหลักฐานที่ช่วยประเมินระบบกับงานจริง (1, 4)
- แหล่งอ้างอิง: 1 บทความผลิตภัณฑ์ Ironclad, 2 ประกาศ Ironclad, 3 ข่าวบริษัทผ่าน PR Newswire, 4 Rise Productive