โต๊ะทำงานในออฟฟิศกลางดึก เก้าอี้ว่าง แล็ปท็อปยังทำงานเองมีแสงเขียวจากจอ ข้างๆ มีเครื่องพิมพ์ใบเสร็จไฟสีอำพันพิมพ์กระดาษยาวล้นโต๊ะกองลงพื้น

Copilot ใหม่มี Autopilot ผู้ช่วย AI ที่ทำงานต่อตอนเราหลับ แต่ค่าใช้จ่ายคิดตามการใช้งาน

น้องกายEngineering

ถ้าที่ทำงานคุณใช้ Outlook, Teams หรือ Excel อยู่ทุกวัน ข่าวนี้อาจมาถึงโต๊ะคุณเร็วกว่าที่คิดครับ

เมื่อคืนวันที่ 25 ก.ย. 2026 (ประมาณ 19:00 น. เวลาไทย) Microsoft ประกาศ Copilot เวอร์ชันใหม่ มีฟีเจอร์ชื่อ Autopilot ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ที่ทำงานต่อได้เองตอนเราปิดคอมกลับบ้านแล้ว พร้อมกันนั้นก็เปลี่ยนวิธีคิดเงินด้วย งานที่ AI ทำเองนานๆ จะคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณที่ใช้จริง

ผมอ่านประกาศทางการ 2 ชิ้น เอกสารราคา 1 ฉบับ และข่าวจากสำนักข่าวอีก 5 แห่งจนเข้าใจภาพรวมแล้ว เลยสรุปมาให้ครับ ต้องบอกก่อนว่าผมยังไม่ได้ลองของจริง เพราะฟีเจอร์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงทดลองแบบปิด (preview) สำหรับองค์กร ทุกอย่างในบทความนี้เลยมาจากแหล่งที่ลิงก์ไว้ ไม่ได้มาจากการทดสอบของผมเอง

เกิดอะไรขึ้น (สรุป 30 วินาที)

แอป Copilot ใหม่แบ่งเป็น 3 แท็บ (Microsoft, The Verge)

  • Home เป็นหน้าแรกที่รวม Chat (ถามตอบเร็วๆ) กับ Cowork (โยนงานใหญ่ให้ทำจนเสร็จ) ไว้ด้วยกัน และมี Word, Excel, PowerPoint ตัวเต็มอยู่ในแอปเลย
  • Code ให้คนที่เขียนโปรแกรมไม่เป็นสร้างแอปเล็กๆ, ตัวติดตามงาน (tracker), แดชบอร์ด หรือระบบอัตโนมัติ ได้ด้วยการพิมพ์อธิบายเป็นภาษาคน
  • Autopilot คือเอเจนต์ (agent: AI ที่ลงมือทำงานหลายขั้นตอนได้เอง ไม่ได้แค่ตอบแชต) ที่รันบนคลาวด์ตลอดเวลา ชื่อเดิมคือ Scout ที่เปิดตัวในงาน Build เดือนมิถุนายน

Reuters รายงานว่าหุ้น Microsoft ขึ้นราว 3% ในช่วงเช้าของวันที่ประกาศ (Reuters) ส่วน Satya Nadella ซีอีโอ เรียก Copilot ว่าเป็น “new OS for work” หรือระบบปฏิบัติการใหม่ของการทำงาน (GeekWire)

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ

ถึงคุณจะไม่ได้สนใจ AI เลย เรื่องนี้ก็อาจมาถึงตัวได้ 3 ทางครับ

  1. วิธีทำงานในออฟฟิศอาจเปลี่ยน เพราะเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ใน Teams อาจเป็นบอทที่มีชื่อ มีอีเมล และเรา @mention เรียกได้เหมือนคน
  2. บิลค่า AI ของบริษัทจะเปลี่ยนรูปแบบ จากเดิมที่จ่ายเป็นรายหัวอย่างเดียว ต่อไปจะมีส่วนที่คิดตามการใช้งานเพิ่มเข้ามา ถ้าไม่มีใครคุมงบก็อาจมีบิลที่ไม่ได้คาดไว้
  3. ความปลอดภัยของข้อมูล เพราะ AI ที่ทำงานเองตอนไม่มีคนเฝ้าต้องได้รับสิทธิ์เข้าถึงอีเมล แชต และไฟล์ ช่วงนี้เองก็มีข่าวเอเจนต์ AI ทำงานเกินขอบเขตให้เห็นอยู่ (ดูเรื่อง OpenAI ที่เราสรุปไว้) ข้อนี้เลยมองข้ามไม่ได้

ขนาดตลาดก็ใหญ่ครับ GeekWire รายงานว่าเดือนกรกฎาคม Microsoft มีที่นั่ง (seat) Microsoft 365 Copilot แบบจ่ายเงินมากกว่า 30 ล้านที่นั่ง แต่ยังเป็นแค่ราว 7% ของที่นั่ง Microsoft 365 เชิงพาณิชย์กว่า 450 ล้านที่นั่ง (GeekWire) ตัวเลขนี้ไปทางเดียวกับที่ TNW อ้าง CNBC ว่า “ไม่ถึง 7%” (TNW) แปลว่า Microsoft ยังต้องขายของอีกเยอะ เราเลยน่าจะได้เห็นฟีเจอร์พวกนี้ถูกดันเข้าองค์กรหนักขึ้นเรื่อยๆ

ทำงานยังไง (อธิบายแบบร้านข้าวแถวบ้าน)

Home: โต๊ะทำงานกลางที่มีของครบ

ลองนึกถึงร้านอาหารตามสั่งที่มีทั้งหน้าร้านและครัวอยู่ในตึกเดียวครับ

  • Chat เหมือนหันไปถามเพื่อนโต๊ะข้างๆ ว่า “สรุปอีเมลนี้ให้หน่อย” แล้วได้คำตอบทันที
  • Cowork เหมือนฝากงานรุ่นน้องไปทำจนจบ เช่น ร่างเอกสารตอบ RFP (เอกสารเสนอราคาให้ลูกค้า) หรือเตรียมชุดข้อมูลสรุปให้ลูกค้า
  • Office in Copilot คือไม่ต้องสลับแอปไปมา Copilot สร้างหรือแก้ไฟล์ Word/Excel/PowerPoint ตัวจริงได้เลย และเพื่อนในทีมแก้ไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้ (Microsoft)

Code: สั่งเมนูที่ไม่มีในเมนู

Code เหมือนเดินเข้าร้านตามสั่งแล้วบอกว่า “ขอกะเพราหมูกรอบ ไข่ดาวไม่สุก ไม่ใส่ถั่วฝักยาว” แล้วแม่ครัวทำให้ครับ เปลี่ยนจากอาหารเป็นโปรแกรม เช่น “ขอหน้าติดตามใบสั่งซื้อที่ดึงข้อมูลจาก Excel ของทีม” ระบบจะสร้างออกมาเป็นวิดเจ็ต แดชบอร์ด หรือแอปบนคลาวด์ที่แชร์ให้ทีมใช้ได้

ศัพท์สองคำที่ควรรู้:

  • Sandbox คือพื้นที่ปิดแยกไว้ให้โค้ดรัน เหมือนครัวที่แยกออกจากหน้าร้าน ถ้าในครัวมีอะไรพัง ก็ไม่ลามไปถึงลูกค้าที่นั่งกินอยู่
  • Tenant คือพื้นที่ของบริษัทเราบนระบบ Microsoft 365 แอปที่สร้างจาก Code รันอยู่ในพื้นที่นี้ได้ผ่านบริการชื่อ Copilot Managed Runtime ซึ่งตอนนี้ยังเป็น preview และทีม IT เป็นคนตั้งกฎ (Microsoft, Reworked)

Code ใช้เทคโนโลยีเบื้องหลังเดียวกับ GitHub Copilot แต่ Microsoft ย้ำว่านักพัฒนาอาชีพยังใช้ GitHub Copilot ตามเดิม ตัว Code ตั้งใจทำมาให้พนักงานทั่วไปใช้

Autopilot: พนักงานกะดึกที่ถือคีย์การ์ดของตัวเอง

ส่วนนี้น่าสนใจที่สุดครับ Autopilot เหมือนเราจ้างผู้ช่วยกะดึกมาหนึ่งคน เราตั้งชื่อ บทบาท และเป้าหมายให้ แล้วเขาจะคอยดูช่องแชตใน Teams ตามเรื่องที่ค้าง ทำงานที่ต้องทำเป็นประจำ และหยิบโปรเจกต์ที่ทิ้งไว้หลายวันกลับมาทำต่อได้เองโดยไม่ต้องรอให้เราสั่ง (Microsoft) ถ้าให้ผมตั้งชื่อ คงตั้งว่า “น้องไม่ลา”

ที่ผมเปรียบเป็นพนักงานถือคีย์การ์ด เพราะ Autopilot แต่ละตัวมี:

  • ตัวตน (identity) ของตัวเอง อยู่ในรายชื่อพนักงานของบริษัท (Reuters) GeekWire บอกว่ามีอีเมลของตัวเองด้วย เหมือนคีย์การ์ดที่ผูกกับคนคนเดียว
  • สิทธิ์ (permissions) ที่กำหนดได้ว่าเข้าถึงอะไรได้บ้าง เหมือนคีย์การ์ดที่แตะเปิดได้บางชั้น
  • audit log หรือบันทึกว่าทำอะไรไปบ้าง เหมือนสมุดเซ็นชื่อเข้าออกตรงป้อมยาม
  • ความจำ คอมพิวเตอร์ และพื้นที่ทำงานของตัวเองบนคลาวด์ ปิดโน้ตบุ๊กเราไปแล้วมันก็ยังทำงานต่อ

ตัวอย่างในเดโมที่ GeekWire เล่า: พนักงาน Microsoft สวมบทผู้จัดการร้านค้าปลีกระดับภูมิภาค ตั้ง Autopilot ชื่อ “Dot” แล้วให้เป้าหมายเดียวคือ “ให้ทุกสาขามีของทันช่วง Black Friday” Dot เลือกเองว่าจะเฝ้าช่อง Teams เธรดอีเมล และข้อมูลสต็อกตัวไหน ส่งสรุปรายวันให้ แล้วยังเจอปัญหาการขนส่งที่อาจกระทบ 18 สาขา (GeekWire)

Microsoft เองก็รู้ว่าเรื่องนี้น่ากังวล Jacob Andreou รองประธานบริหารที่ดูแล Copilot พูดในงานว่า “จุดเด่นของเอเจนต์ที่ทำงานยาวๆ คือความอิสระและยืดหยุ่น และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้แอดมิน IT กลัวสุดๆ” (แปลจาก GeekWire) ส่วน Annie Pearl รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ Copilot บอก Reuters ว่าหลายองค์กรนำเอเจนต์เข้ามาใช้ยากเพราะติดเรื่องความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎ (compliance) และการกำกับดูแล (governance) Microsoft จึงออกแบบ Autopilot ให้แก้เรื่องพวกนี้

เรื่องเงิน: หมูกระทะเหมาจ่าย กับแท็กซี่มิเตอร์

นี่คือส่วนที่ผมว่าคนทำงานควรรู้มากที่สุดครับ (Microsoft Tech Community)

1) USL (User Subscription License) = บุฟเฟต์หมูกระทะ จ่ายต่อหัวต่อเดือน ครอบคลุม Chat และ Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams เลือกโมเดลเองได้ (มี GPT-5.6 กับ Sonnet 5 ให้ ส่วน Opus 5 ใช้ได้แบบมีโควตา) หรือตั้งเป็น Auto ให้ระบบเลือกโมเดลที่คุ้มที่สุดให้ในแต่ละคำขอ บุฟเฟต์นี้ก็มีกติกาเรื่องการใช้อย่างเหมาะสม (fair use) เหมือนกัน คนที่ใช้หนักมากจนใกล้ลิมิตจะได้คำเตือนก่อน แล้วเลือกได้ว่าจะสลับไปใช้ Auto โดยไม่เสียเพิ่ม หรือจะจ่ายเป็นเครดิต

2) UBB (Usage-Based Billing) = แท็กซี่มิเตอร์ Cowork, Code, Autopilot, ฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างใน SharePoint และโมเดลรุ่นท็อปอย่าง Astra กับ Fable จะคิดเงินเป็น Copilot Credits และต้องมี USL ก่อนถึงจะใช้ได้ ตามเอกสาร Copilot Credits Guide ราคาแบบจ่ายตามใช้คือ 0.01 ดอลลาร์ต่อ 1 เครดิต (เท่ากับ 1 เซ็นต์ หรือ 100 เครดิตต่อ 1 ดอลลาร์) แต่งานหนึ่งชิ้นกินกี่เครดิตไม่ตายตัว ขึ้นกับ 4 อย่าง:

  • Models ใช้โมเดลตัวไหน (เหมือนเรียกแท็กซี่ธรรมดาหรือรถหรู)
  • Runtime รันนานแค่ไหน (มิเตอร์เดินตามเวลา)
  • Context ต้องอ่านข้อมูลบริษัทมากแค่ไหน ทั้งอีเมล ไฟล์ และประชุม
  • Tools ต้องลงมือทำกี่อย่าง เช่น ส่งอีเมล นัดประชุม แก้เอกสาร

Microsoft เปรียบเองว่าเหมือนรถปลั๊กอินไฮบริด USL คือแบตเตอรี่ที่พาวิ่งได้เกือบทั้งหมดในราคาคงที่ ส่วน UBB คือถังน้ำมันไว้ใช้ตอนต้องไปไกล ผมว่าภาพแท็กซี่ชัดกว่าครับ เพราะ Autopilot ทำงานต่อตอนเราหลับ เหมือนเรียกแท็กซี่ให้จอดรอหน้าบ้านทั้งคืน ตื่นเช้ามาดูมิเตอร์แล้วใจหายกว่าเจอผีอีก Reworked ก็เตือนประเด็นเดียวกันว่าเสี่ยงเจอบิลที่ไม่ได้คาดไว้ (Reworked)

ข่าวดีคือมีเบรกให้ สำหรับลูกค้าองค์กร ฟีเจอร์ที่คิดตามใช้จะปิดอยู่เป็นค่าเริ่มต้น และจะไม่มีการเก็บเงินเลยจนกว่าแอดมินจะสร้าง spending policy (นโยบายวงเงิน) ใน Microsoft 365 admin center แอดมินตั้งงบได้ทั้งระดับบริษัท ระดับกลุ่ม และเพดานรายคน ตั้งให้แจ้งเตือนเมื่อใช้ถึงเกณฑ์ได้ และพนักงานเปิดดูเครดิตที่ใช้ไปกับยอดคงเหลือใน Copilot ได้เอง (Microsoft Tech Community) ส่วนผู้ใช้ Microsoft 365 แบบบุคคล (consumer) GeekWire อ้าง Jared Spataro ว่าจะมีการคิดเงินตามใช้สำหรับ Cowork, Code และฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ ภายในปีนี้เช่นกัน

ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน

  • Code จะมาเมื่อไหร่ The Verge เขียนว่า Home และ Code จะเริ่มทยอยเปิดในโปรแกรม Frontier (โปรแกรมทดลองฟีเจอร์ก่อนใครของ Microsoft) “ในอีกไม่กี่สัปดาห์” แต่ Reuters และ GeekWire บอกว่า Code จะถึง Frontier “ปลายเดือนนี้” พอกลับไปอ่านบล็อกของ Microsoft เองก็มีทั้งสองประโยค คือ Home กับ Code “ในอีกไม่กี่สัปดาห์” และ Code “ปลายเดือน” ส่วนการเปิดให้ใช้ทั่วไปตามมา “ในอีกไม่กี่สัปดาห์” ผมตีความว่า Code เข้า Frontier ก่อนปลายเดือน แล้วค่อยขยายต่อ แต่ยังไม่มีวันที่ชัดเจน
  • Autopilot สร้างบนอะไร ประกาศของ Microsoft ไม่ได้บอก GeekWire และ TNW รายงานว่า Autopilot พัฒนาต่อมาจากการทดลองกับ OpenClaw (เฟรมเวิร์กเอเจนต์โอเพนซอร์ส) Reworked อ้างว่า Peter Steinberger ผู้ก่อตั้ง OpenClaw ยืนยันว่าสร้างบน OpenClaw ส่วน Nadella เคยบอกนักลงทุนในเดือนกรกฎาคมว่า Scout “powered by OpenClaw” เรื่องนี้จึงค่อนข้างแน่ แต่ยังไม่มีคำยืนยันในประกาศเปิดตัวรอบนี้
  • Autopilot คิดเงินแบบไหนแน่ Microsoft จัด Autopilot ไว้ในกลุ่ม UBB แล้ว แต่ Reworked ชี้ว่ายังไม่ได้บอกว่าจะย้ายมาใช้ Copilot Credits ทั้งหมดหรือไม่ (ช่วง Scout เคยใช้เครดิตของ GitHub Copilot)
  • งานหนึ่งชิ้นกินกี่เครดิต เอกสารราคามีแต่ “ตัวเลขประมาณการคร่าวๆ” และย้ำว่าของจริงแล้วแต่งาน ยังไม่มีตัวเลขจากผู้ใช้จริง
  • ราคาในไทยและวันเปิดในไทย ทุกแหล่งที่ผมอ่านยังไม่มีราคาเป็นเงินบาทหรือกำหนดเปิดในไทยเลย ใครเห็นข้อมูลทางการช่วยแจ้งด้วยครับ
  • ถ้าพนักงานย้ายตำแหน่งกลางงาน สิทธิ์ของ Autopilot จะเป็นอย่างไร เป็นคำถามจากผู้อ่านที่ Reworked ยกมา ซึ่ง Microsoft ยังไม่ได้ตอบละเอียด

แล้วเราควรทำอะไร

ถ้าคุณเป็นพนักงานทั่วไป

  • ยังไม่ต้องรีบครับ ฟีเจอร์หลักยังอยู่ใน Frontier/preview แต่ลองคิดไว้ก่อนว่างานไหนที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์ เช่น ตามสถานะงานใน Teams หรือรวบรวมรายงาน ที่อาจโยนให้ Autopilot ได้
  • อย่าเปิดใช้เครื่องมือ AI ที่ฝ่าย IT ยังไม่อนุมัติกับข้อมูลลูกค้าจริง

ถ้าคุณดูแล IT หรืองบประมาณ

  • วางแผน spending policy ก่อนเปิด UBB ให้ใครใช้ เพราะเครดิตยังไม่ถูกเก็บจนกว่าจะสร้าง policy แปลว่ายังมีเวลาเตรียม
  • วางกติกาให้ Autopilot เหมือนพนักงานใหม่ ให้สิทธิ์น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (least privilege) มีเจ้าของรับผิดชอบ และเปิดดู audit เป็นประจำ
  • ลองประเมินค่าใช้จ่ายด้วยวิธีที่ Credits Guide แนะนำ คือนับจำนวนคนที่จะใช้ แบ่งเป็นกลุ่มใช้เบา กลาง หนัก แล้วคูณด้วยค่าเฉลี่ยต่อคำสั่ง
  • จดวันไว้ Today (หน้ารวมอีเมล ปฏิทิน และงานค้าง) จะเข้า private preview ในเดือนตุลาคม และงาน Microsoft Ignite จัดวันที่ 17–20 พ.ย. ซึ่งน่าจะมีรายละเอียดเพิ่ม

Recap

  • เข้าใจ 3 แท็บ: Home = แชต + ฝากงาน + Office, Code = สร้างแอปด้วยภาษาคน, Autopilot = เอเจนต์กะดึก (ชื่อเดิม Scout)
  • จำโครงสร้างราคา: USL เหมาจ่ายรายหัว + UBB คิดตามใช้ด้วย Copilot Credits (0.01 ดอลลาร์ต่อเครดิตแบบจ่ายตามใช้)
  • ถ้าดูแลงบ: สร้าง spending policy และตั้งแจ้งเตือนก่อนเปิดให้ใครใช้ Cowork/Code/Autopilot
  • ถ้าดูแลระบบ: ให้ Autopilot มีสิทธิ์น้อยที่สุด มีเจ้าของรับผิดชอบ และตรวจ audit log สม่ำเสมอ
  • ลิสต์งานซ้ำๆ ของทีม 3 อย่าง ไว้ทดลองตอนฟีเจอร์เปิดจริง
  • ติดตาม Today (ตุลาคม) กับ Ignite (17–20 พ.ย.) และรอราคาเงินบาทจาก Microsoft Thailand ก่อนตัดสินใจซื้อ