
มัสก์แซว Waymo “ทับสัตว์เลี้ยง” สุดสัปดาห์เดียวกับที่ NHTSA เปิดแฟ้มคำร้องว่า Robotaxi ของ Tesla ขับเร็วในเขตโรงเรียน
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ NHTSA หน่วยงานความปลอดภัยทางถนนของสหรัฐฯ เปิดแฟ้มคำร้อง DP26010 ที่กล่าวหาว่า Robotaxi ของ Tesla ขับเกินความเร็วที่ป้ายกำหนดในเขตโรงเรียน (ODI Resume ของ NHTSA) พอถึงวันเสาร์ Elon Musk ก็ขึ้นไลฟ์แล้วแซวคู่แข่งว่ารถของ Waymo เป็น “pet destroyers” หรือตัวทำลายสัตว์เลี้ยง (Fox Business)
ต้องบอกก่อนว่าสองเรื่องนี้เป็นข่าวคนละชิ้นครับ ในรายงานที่ผมอ่าน มัสก์ไม่ได้พูดถึงคำร้องนี้ และไม่มีหลักฐานว่าเรื่องหนึ่งทำให้เกิดอีกเรื่อง การจับมาวางคู่กันเป็นมุมเล่าของผมเอง แต่พอเรียงวันที่แล้วก็ไม่ต้องแต่งมุกเพิ่มเลย เจ้าของค่ายหนึ่งชี้ว่ารถคู่แข่งระวังแมวไม่พอ ในสุดสัปดาห์เดียวกับที่รถของค่ายตัวเองมีแฟ้มเรื่องความเร็วหน้าโรงเรียนเพิ่งเปิดบนโต๊ะหน่วยงานรัฐ
ผมอ่านเอกสารสรุปของ NHTSA ฉบับจริง ข่าวจากสื่อ 6 แห่ง และหน้าเว็บทางการของ Waymo กับ Tesla (รวม Tesla ประเทศไทย) แล้วสรุปมาให้ครับ ผมไม่ได้นั่งหรือทดสอบรถคันไหนในข่าวนี้เอง ข้อเท็จจริงทุกข้อมาจากแหล่งที่ลิงก์ไว้
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
- 23 ก.ย. 2026 สำนักงานตรวจสอบข้อบกพร่อง (Office of Defects Investigation หรือ ODI) ของ NHTSA ได้รับคำร้องขอให้สอบสวน (defect petition) รถ Tesla Robotaxi รุ่นปี 2026 ทั้ง Model Y และ Cybercab ขณะเปิดระบบขับขี่อัตโนมัติ (Automated Driving System หรือ ADS) ผู้ร้องแนบลิงก์วิดีโอมา 3 ลิงก์ (NHTSA)
- 9 ต.ค. 2026 ODI เปิดแฟ้ม DP26010 เพื่อประเมินข้อกล่าวหา แล้วตัดสินใจว่าจะ “รับ” หรือ “ไม่รับ” คำร้อง ฐานข้อมูลของ NHTSA บันทึกเวลาเปิดแฟ้มตรงกับราว 23:13 น. คืนวันเดียวกันตามเวลาไทย ขั้นนี้ยังไม่ใช่การสอบสวนเต็มรูปแบบ
- ตารางสรุปของ NHTSA นับเหตุการณ์ได้ 4 ครั้ง คือเรื่องร้องเรียนที่ส่งถึง ODI 1 เรื่อง กับคลิปโซเชียลที่แนบในคำร้อง 3 เรื่อง ไม่มีการชน ไม่มีผู้บาดเจ็บ และไม่มีผู้เสียชีวิต
- วันเสาร์ที่ 10 ต.ค. 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ มัสก์ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์ของกลุ่ม Tesla Owners of Silicon Valley บอกว่า Waymo ทับสัตว์เลี้ยงไปเยอะ และอ้างว่า Tesla แก้โจทย์มองลูกแมวสีเทาบนถนนสีเทาตอนกลางคืนได้แล้ว แต่ไม่ได้บอกวันเปิดใช้และไม่มีข้อมูลยืนยัน (Fox Business, Business Insider) แหล่งข่าวไม่ได้ระบุเวลาไลฟ์ ผมจึงแปลงเป็นเวลาไทยแบบเป๊ะไม่ได้
- Business Insider ดึงข้อมูลรายงานอุบัติเหตุที่บริษัทต้องส่ง NHTSA มาให้ดู ช่วง ก.ค. 2025 ถึง ก.ค. 2026 Waymo รายงานการชนที่เกี่ยวกับสัตว์อย่างน้อย 9 ครั้ง ส่วน Tesla รายงาน 1 ครั้ง แต่ NHTSA เตือนเองว่าข้อมูลชุดนี้เอาไปเทียบระหว่างบริษัทตรงๆ ไม่ได้
- Tesla ไม่ได้ตอบคำถามของ Austin American-Statesman เรื่องคำร้อง ส่วน Waymo ก็ไม่ได้ตอบ Fox Business และ Business Insider เรื่องคำพูดของมัสก์
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ ถึงไทยจะยังไม่มี Robotaxi
ในแหล่งที่ผมตรวจทั้งหมด ไม่มีบริการ Robotaxi ของ Tesla หรือ Waymo ในไทยครับ แต่ข่าวนี้ก็ยังเกี่ยวกับคนไทยอยู่ 3 ทาง
1. คนไทยซื้อแพ็กเกจที่มีคำว่า “อัตโนมัติ” ได้แล้ว ผมเปิดหน้าออกแบบ Model Y ของ Tesla ประเทศไทย เมื่อ 13 ต.ค. 2026 ในส่วนแพ็กเกจ Autopilot มี Autopilot แบบยกระดับ (EAP) ราคา 122,000 บาท มี Autopilot พื้นฐานแถมมาในรถ และเขียนว่า “ความสามารถในการขับอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (FSD) แบบชำระรายเดือนเตรียมเปิดให้ใช้งานเร็วๆนี้” โดยไม่บอกวันและราคา หน้าเดียวกันมีตัวหนังสือเล็กกำกับว่าฟีเจอร์ที่เปิดอยู่ยังต้องมีผู้ขับขี่นั่งประจำที่ และไม่ได้ทำให้รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ (vehicle autonomous) หน้า support ของ Tesla ฝั่งสหรัฐฯ ก็ย้ำแบบเดียวกันว่า FSD (Supervised) ไม่ได้ทำให้รถเป็นรถอัตโนมัติเต็มตัว และไม่ได้มาแทนคนขับ
แปลว่า Robotaxi ในข่าวนี้กับรถ Tesla ที่ขายในไทยอยู่คนละขั้นกันครับ ฝั่ง Robotaxi ใช้ ADS ให้ซอฟต์แวร์เป็นคนขับ (Statesman รายงานว่าพนักงานที่นั่งคอยดูในรถถูกทยอยยกเลิกไปหลังเปิดบริการใน Austin) ส่วนในไทยคุณยังเป็นคนขับเต็มตัว เรื่องชื่อ “ขับเอง” ที่ชวนเข้าใจผิดนี้ เราเคยสรุปไว้ในข่าว Tesla เลิกใช้ชื่อขับเองในยุโรป
2. ถนนไทยมีโจทย์สองข้อนี้อยู่ทุกวัน หมาแมวเดินข้ามซอยตอนกลางคืน กับเขตโรงเรียนช่วงเช้าที่รถติดยาว คือสองสถานการณ์ที่อยู่ในข่าวนี้พอดี ระบบช่วยขับคันไหนที่วิ่งบนถนนไทยก็ต้องเจอโจทย์นี้เหมือนกัน
3. ช่วยให้อ่านข่าวรถได้ไม่ตกใจเกินเหตุ และไม่ชะล่าใจเกินไป พาดหัวต่างประเทศบางเจ้าใช้คำว่า probe (สอบสวน) ตั้งแต่ขั้นคำร้อง ถ้าเรารู้ว่าบันไดของหน่วยงานรัฐมีกี่ขั้น ก็จะแยกได้ว่าข่าวไหนเพิ่งเริ่ม ข่าวไหนใกล้มีการเรียกคืนรถจริง
ทำงานยังไง (ฉบับวินมอเตอร์ไซค์ปากซอย)
ทำไม “ลูกแมวสีเทา บนถนนสีเทา ตอนกลางคืน” ถึงยาก
ตามที่ Business Insider รายงาน มัสก์บรรยายโจทย์นี้เองว่าเป็นลูกแมวสีเทาบนยางมะตอยสีเทาที่มีรอยต่อ ตอนกลางคืนที่ทัศนวิสัยต่ำ โจทย์นี้ยากด้วยเหตุผลหลักๆ 3 ข้อครับ
- แสงน้อย กล้องทำงานด้วยแสงที่สะท้อนจากวัตถุ กลางคืนแสงเข้ากล้องน้อย ภาพจึงมี noise มากขึ้น (noise คือเม็ดเกรนที่เห็นในรูปถ่ายตอนมืด)
- สีกลืนกัน แมวสีเทาบนถนนสีเทามีความต่างของความสว่าง (contrast) น้อย ขอบตัวแมวเลยไม่ชัด
- ตัวเล็กและมีของหลอกตา ลูกแมวที่อยู่ไกลกินพื้นที่ในภาพแค่ไม่กี่จุด ส่วนรอยต่อยางมะตอย รอยแตก และเงา ก็มีรูปทรงคล้ายกัน ระบบต้องเลือกระหว่างเบรกทุกครั้งที่เห็นอะไรแปลกๆ ซึ่งเสี่ยงอาการ phantom braking (เบรกกะทันหันทั้งที่ไม่มีอะไรอยู่จริง) กับปล่อยผ่านแล้วเสี่ยงพลาดแมวตัวจริง
ใครเคยถ่ายรูปแมวสีเทานอนหน้าบ้านตอนสองทุ่มด้วยมือถือคงนึกภาพออกครับ รูปออกมาเป็นเม็ดๆ จนแทบแยกไม่ออกว่าแมวหรือถุงพลาสติก
เรื่องเซนเซอร์ สองค่ายเลือกทางต่างกัน หน้า The Waymo Driver บอกว่าใช้สามอย่างร่วมกัน คือ lidar (เครื่องยิงแสงเลเซอร์แล้ววัดเวลาที่สะท้อนกลับเพื่อรู้ระยะ) ซึ่ง Waymo บอกว่าให้ภาพรอบตัว “ไม่ว่าเวลาไหนของวัน” กล้องที่ออกแบบให้เห็นทั้งกลางวันและตอนแสงน้อย และเรดาร์ที่ทำงานได้ในฝน หมอก และหิมะ ส่วนหน้า support ของ Tesla อธิบายว่า FSD (Supervised) ใช้กล้องรอบคันที่มองได้ 360 องศา โดยหลักการแล้ว lidar ไม่ต้องพึ่งแสงรอบตัว แต่สัตว์ตัวเล็กที่อยู่ต่ำติดพื้นก็สะท้อนจุดกลับมาไม่มาก ส่วนกล้องเห็นสีและลวดลายได้ดีกว่า แต่จะเจอปัญหาแสงน้อยตอนกลางคืน
มีเซนเซอร์ครบก็ยังพลาดได้ครับ ตัวอย่างคือ KitKat แมวประจำร้าน Randa’s Market ในซานฟรานซิสโก ที่ถูกรถ Waymo ทับจนตายเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ตามที่ Fox Business อ้างรายงานของ KTVU Waymo ชี้แจงว่าแมววิ่งเข้าใต้ท้องรถตอนรถกำลังออกตัวหลังจอดรับผู้โดยสาร และแสดงความเสียใจ พร้อมบริจาคเงินให้องค์กรช่วยเหลือสัตว์ในท้องถิ่นเพื่อระลึกถึง KitKat ผมอ่านเรื่องนี้ว่า ความยากไม่ได้อยู่แค่การมองเห็นจากไกล แต่อยู่ที่จังหวะที่สัตว์เข้ามาชิดตัวรถมากๆ ด้วย
กลางคืนเป็นโจทย์ยากมานานแล้วครับ ไม่ได้ยากเฉพาะกับสัตว์ตัวเล็ก ปี 2019 AAA ทดสอบระบบเบรกฉุกเฉินที่ตรวจจับคนเดินถนนในรถเก๋ง 4 รุ่นของปีนั้น (รวม Tesla Model 3) แล้วพบว่าในฉากผู้ใหญ่เดินข้ามถนนตอนกลางคืน ทุกระบบไม่ทำงานเลย AAA ยังระบุว่า 75% ของคนเดินถนนที่เสียชีวิตเกิดหลังพระอาทิตย์ตก ข้อมูลนี้เก่าและเป็นรถทั่วไป ไม่ใช่ Robotaxi ปี 2026 ผมยกมาเพื่อให้เห็นว่าความมืดเป็นโจทย์ที่วงการรู้กันมานาน ไม่ใช่เพื่อบอกว่ารถในข่าวนี้ทำได้แค่ไหน
NHTSA กำกับ Robotaxi ยังไง: บันได 4 ขั้น
หน้าค้นหาการเรียกคืนของ NHTSA อธิบายเส้นทางจากเรื่องร้องเรียนไปถึงการเรียกคืนไว้ ผมสรุปเป็นบันไดให้ครับ
- เรื่องร้องเรียน (complaint) ใครก็ยื่นได้ NHTSA ลบข้อมูลส่วนตัวแล้วเก็บไว้ในฐานข้อมูลสาธารณะ ถ้ามีคนร้องเรื่องเดียวกันเยอะ ก็อาจเป็นสัญญาณให้เปิดการสอบสวน
- คำร้องขอให้สอบสวน (defect petition หรือ DP) คือการยื่นขออย่างเป็นทางการให้ NHTSA เปิดการสอบสวน NHTSA จะทบทวนเชิงเทคนิค แล้วต้องแจ้งผู้ร้องว่ารับหรือไม่รับภายใน 120 วันนับจากวันที่ได้รับคำร้อง ตาม 49 CFR § 552.8 Electrek คำนวณว่าเส้นตายของแฟ้มนี้ตกราว 21 ม.ค. 2027 ถ้าไม่รับ NHTSA จะประกาศเหตุผลใน Federal Register (ราชกิจจานุเบกษาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ) DP26010 อยู่ที่ขั้นนี้
- การสอบสวนข้อบกพร่อง (defect investigation) เกิดขึ้นถ้ารับคำร้อง Electrek เขียนว่าการรับคำร้องหมายถึงการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจบที่การเรียกคืนรถ ส่วนหน้าเว็บ NHTSA บอกว่าการสอบสวนจะปิดเมื่อแนะนำให้เรียกคืน หรือเมื่อไม่พบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย
- การเรียกคืน (recall) ผู้ผลิตต้องแก้ปัญหาให้ NHTSA ระบุว่าการเรียกคืนส่วนใหญ่ ผู้ผลิตตัดสินใจทำเองก่อนที่ NHTSA จะเข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับรถที่ขับด้วยซอฟต์แวร์ การเรียกคืนอาจเป็นการอัปเดตซอฟต์แวร์ เช่นที่ Waymo ทำในเดือนธันวาคม 2025 (รายละเอียดด้านล่าง)
นอกจากบันไดนี้ยังมีอีกช่องทางหนึ่ง คือ Standing General Order (SGO) คำสั่งที่บังคับให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการรายงานอุบัติเหตุบางประเภทของรถที่ใช้ ADS หรือระบบช่วยขับระดับ 2 (NHTSA) ตัวเลขชนสัตว์ของ Waymo ที่มัสก์หยิบมาแซวก็มาจากข้อมูลชุดนี้ แต่หน้าเว็บ SGO เขียนเตือนไว้ชัดว่าให้ระวังเมื่อเทียบข้อมูลระหว่างบริษัท เพราะบริษัทไม่ต้องรายงานจำนวนรถหรือระยะทางที่วิ่ง ตัวเลขจึงยังไม่ได้ปรับตามปริมาณการใช้งาน (normalize) และบริษัทที่มีระบบส่งข้อมูลจากรถ (telemetry) ดีกว่าก็อาจรายงานได้มากกว่า เพราะรู้เรื่องมากกว่า
อุปมา: วินสองฝั่งซอยกับสำนักงานเขต
ลองนึกถึงซอยหนึ่งที่มีวินมอเตอร์ไซค์สองวินอยู่คนละฝั่งครับ วินฝั่งซ้ายคันเยอะ วิ่งทั้งวัน ส่วนวินฝั่งขวาเพิ่งตั้งได้ไม่นาน คันน้อยกว่า วันหนึ่งหัวหน้าวินฝั่งขวานั่งเล่าให้ลูกค้าฟังว่า “วินโน้นเฉี่ยวหมาแมวบ่อยนะ ของเราฝึกคนขับให้ดูแมวสีเทาตอนมืดได้แล้ว” ฟังดูน่าเชื่อ แต่ยังไม่มีใครเห็นผลการฝึก
ก่อนหน้านั้นวันเดียว สำนักงานเขตเพิ่งเปิดแฟ้มจดหมายของชาวบ้านคนหนึ่งที่แนบคลิปมา 3 คลิป ร้องว่าคนขับวินฝั่งขวาบิดผ่านหน้าโรงเรียนเร็วกว่าป้ายตอนเด็กเข้าเรียน เขตเปิดแฟ้มเพื่อพิจารณาว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจจริงหรือไม่ การเปิดแฟ้มแบบนี้ยังไม่ใช่การลงตรวจ และยังห่างจากการสั่งพักวินอีกหลายขั้น
ส่วนสมุดบันทึกเหตุที่ทั้งสองวินต้องส่งเขต (SGO) วินที่คันเยอะ วิ่งมาก และจดละเอียดกว่า ก็ย่อมมีรายการยาวกว่า การเอาความหนาของสมุดสองเล่มมาเทียบกันตรงๆ จึงบอกไม่ได้ว่าวินไหนขับระวังกว่ากัน
จุดหักมุม: ทั้งสองวินมีแฟ้มเรื่องโรงเรียน
เดี๋ยวก่อนครับ เรื่องมันยังไม่จบแค่ Tesla มีแฟ้ม
ฝั่ง Waymo ก็เคยมีเรื่องหน้าโรงเรียนเหมือนกัน Electrek เล่าว่าช่วงปลายปี 2025 เขตการศึกษา Austin ISD รายงานว่ารถ Waymo แซงรถโรงเรียนที่จอดรับส่งนักเรียนอย่างผิดกฎหมายราว 20 ครั้ง แล้ว Waymo ก็เรียกคืนแบบอัปเดตซอฟต์แวร์โดยสมัครใจในเดือนธันวาคม 2025 ส่วน Statesman รายงานว่า NTSB (คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐฯ) ก็เคยสอบสวน Waymo เรื่องรถไม่หยุดให้รถโรงเรียนใน Austin และมีกรณีหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ควบคุมทางไกลสั่งให้รถ Waymo ผ่านรถโรงเรียนที่จอดอยู่
ฝั่ง Tesla ก็มีรายการชนสัตว์ 1 ครั้งในช่วงเดียวกัน เป็นรถ Robotaxi ที่ยังมีคนคอยกำกับ (Business Insider) และ Fox Business ระบุว่า Tesla มีรถน้อยกว่าและส่วนใหญ่วิ่งอยู่ใน Austin
สรุปคือทั้งสองวินมีแฟ้มเรื่องโรงเรียน ทั้งสองวินมีรายการชนสัตว์ในสมุด สิ่งเดียวในเรื่องนี้ที่ไม่มีข้อมูลประกอบเลยก็คือคำคุยข้ามซอยนั่นเองครับ
ผลกระทบ: ใครต้องลุ้นอะไรต่อ
- Tesla: ถ้า NHTSA รับคำร้อง แฟ้มจะขยับเป็นการสอบสวนที่ครอบคลุมรถราว 1,000 คันตามที่ NHTSA ประมาณ และอาจจบที่การเรียกคืนหรือไม่ก็ได้ Electrek ตั้งข้อสังเกตว่า Tesla ยังไม่ได้บอกว่าจะเรียกคืนเองหรือรอให้หน่วยงานตัดสิน ขณะที่ Statesman รายงานว่าหัวหน้าฝ่าย AI ของ Tesla โพสต์บน X ว่า Cybercab จะไป Dallas เร็วๆ นี้
- Waymo: ไม่ได้อยู่ในคำร้องนี้ แต่ถูกมัสก์ยกตัวเลขชนสัตว์มาแซวต่อหน้าแฟนๆ Tesla และยังไม่ได้ออกมาตอบ
- คนไทยที่กำลังดู Tesla: EAP ราคา 122,000 บาทเป็นเงินก้อนจริง สิ่งที่ได้คือระบบช่วยขับที่ยังต้องมีคุณนั่งคุมอยู่ ส่วน FSD แบบรายเดือนในไทยยังไม่มีราคาไทยอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีวันเปิดให้ใช้
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
- นี่คือ “คำร้อง” ไม่ใช่ “การสอบสวน” ในเอกสาร ODI Resume ช่อง Action เขียนว่า Open Defect Petition และบอกว่าเปิดเพื่อตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง TNW เขียนตรงๆ ว่ายังไม่ใช่การสอบสวน แต่พาดหัวของ Not a Tesla App ใช้คำว่า “Launches Probe” ที่น่าสับสนคือหน้าค้นหาของ NHTSA เองจัดแฟ้มนี้ไว้ในหมวด Investigations และติดป้าย OPEN INVESTIGATION ผมยึดตามเนื้อหาในเอกสารสรุป คือยังอยู่ขั้นพิจารณาคำร้อง
- จำนวนรถไม่ตรงกัน NHTSA เขียนจำนวนรถที่เกี่ยวข้องว่า 1,000 คัน (ประมาณการ) Statesman เขียนว่า Tesla มี Robotaxi จดทะเบียนในเท็กซัส 739 คัน โดยไม่บอกที่มาของตัวเลข ส่วน Electrek ชี้ว่า Tesla ไม่เปิดเผยจำนวน และกลุ่มคนที่คอยนับรถเคยนับรถที่วิ่งจริงได้แค่หลักสิบคันเมื่อเดือนมิถุนายน Electrek เดาว่า NHTSA อาจใช้จำนวนรถที่ขึ้นทะเบียนกับกรมขนส่งเท็กซัส ซึ่งไม่ได้วิ่งทุกคัน ส่วน Tesla เองอ้างว่ามี Cybercab ให้บริการใน Austin กว่า 300 คัน (ตามที่ Statesman รายงาน)
- เป็นครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม Electrek นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวของรัฐบาลกลางต่อกองรถไร้คนขับของ Tesla ครั้งที่สามในราว 5 สัปดาห์ (ต่อจาก audit query กับคำสั่งพิเศษเรื่องการรับรองมาตรฐาน Cybercab) ส่วน Not a Tesla App เขียนว่าเป็นการตรวจสอบของ NHTSA ครั้งที่สองในเวลาเพียงเดือนเศษ (ต่อจากการตรวจเรื่อง Cybercab รับรองมาตรฐานตัวเองเมื่อต้นกันยายน) ผมตีความเองว่าน่าจะต่างกันที่วิธีนับเรื่อง Cybercab ว่าเป็นหนึ่งหรือสองเรื่อง แต่ไม่มีแหล่งไหนยืนยัน
- กำหนดส่งคำตอบเรื่อง Cybercab Electrek เขียนว่า Tesla ต้องตอบคำสั่งพิเศษภายใน 30 ก.ย. และ NHTSA ยังไม่เปิดเผยคำตอบ ส่วน Not a Tesla App เขียนว่า Tesla ได้ขยายเวลา 30 วัน ต้องตอบ 21 คำถามภายใน 30 ต.ค.
- FSD หรือ ADS Not a Tesla App เขียนว่าคำร้องพูดถึงระบบ FSD แต่เอกสารของ NHTSA ใช้คำว่า ADS
- เส้นตายตัดสินคำร้อง Electrek คำนวณจากกฎ 120 วันได้ราว 21 ม.ค. 2027 ส่วน TNW เขียนว่าหน่วยงานไม่ได้ประกาศเส้นตาย ผมมองว่าสองอย่างนี้ไม่ได้ขัดกันจริง กฎกำหนดไว้ 120 วัน แต่เอกสารของ NHTSA ไม่ได้ระบุวันที่
- คำว่า “แก้ได้แล้ว” ของมัสก์ Fox Business อ้างคำพูดว่า Tesla “did solve” โจทย์นี้แล้ว แต่เนื้อข่าวของ Business Insider บรรยายเป็นความสามารถที่ “will be able to” และจะปล่อยใช้โดยไม่บอกว่าเมื่อไหร่ พาดหัวของ Business Insider เองที่บอกว่า Tesla “มีทางแก้” จึงไปไกลกว่าเนื้อข่าว ทั้งสองแหล่งตรงกันว่าไม่มีข้อมูลและไม่มีวันที่ คำอ้างนี้จึงยังไม่ได้รับการพิสูจน์
- 9 ต่อ 1 เอามาเทียบไม่ได้ ตัวเลข 9 กับ 1 มาจากข้อมูล SGO ที่ NHTSA บอกเองว่ายังไม่ได้ปรับตามจำนวนรถหรือระยะทาง และให้ระวังเมื่อเทียบระหว่างบริษัท Fox Business ก็เตือนเรื่องนี้ไว้ด้วย
- สิ่งที่ยังไม่มีใครรู้ ผู้ร้องเป็นใคร (ไม่ระบุชื่อ) เหตุเกิดที่โรงเรียนไหนหรือเมืองไหน (Statesman ไม่ได้ระบุ) Tesla จะชี้แจงหรือเรียกคืนเองไหม และ Waymo จะตอบมัสก์หรือเปล่า
ผมมองว่า: ปัญหาไม่ใช่ใครทับแมวมากกว่า
ผมมองว่าข่าวนี้ไม่ใช่ศึก Tesla ปะทะ Waymo แต่คือคำถามว่าใครยอมเปิดตัวเลขให้คนนอกตรวจได้มากกว่ากันครับ คำว่า “เราแก้ได้แล้ว” จากเวทีไลฟ์ของแฟนคลับ ยังไม่ใช่ข้อมูลความปลอดภัย ตราบใดที่ยังไม่มีตัวเลขว่าตรวจเจอสัตว์ได้กี่ครั้งในกี่กิโลเมตร ในสภาพแสงแบบไหน
ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือเรื่องความเร็วหน้าโรงเรียน คำร้องนี้เล็กมาก มีแค่ 4 เหตุการณ์และไม่มีใครเจ็บ แต่ Electrek ชี้จุดที่น่าคิดว่า เมื่อรถไม่มีคนขับ ความเร็วตอนผ่านโรงเรียนก็คือการตัดสินใจของซอฟต์แวร์ที่บริษัทเป็นคนเขียน ในรถ Tesla ทั่วไปที่ใช้ FSD (Supervised) หน้า support ของ Tesla มีให้เลือกโปรไฟล์ความเร็วตั้งแต่ Sloth ถึง Mad Max และย้ำว่าคนขับต้องรับผิดชอบความเร็วเองตลอด (ไม่มีแหล่งไหนบอกว่า Robotaxi ในคำร้องตั้งค่าแบบไหน) พอไม่มีคนขับ คำถามว่า “ใครรับผิดชอบความเร็ว” ก็ย้อนกลับไปที่บริษัทเต็มๆ
ส่วนเรื่องแซวกันข้ามซอย ส่วนตัวผมคิดว่าคนที่ควรได้ประโยชน์จากศึกนี้คือแมวกับเด็ก ถ้าทั้งสองค่ายหันมาแข่งกันเปิดข้อมูลแทนการแข่งกันพูด
แล้วเราควรทำอะไร
ถ้าคุณขับรถในไทยทุกวัน
- ชะลอในซอยตอนกลางคืน โดยเฉพาะซอยที่ไฟถนนน้อยและมีหมาแมวประจำซอย เพราะโจทย์ “สัตว์สีกลืนกับถนน” ยากทั้งกับกล้องและสายตาคน
- เห็นป้ายเขตโรงเรียนให้ลดความเร็วตามป้าย ข่าวนี้เตือนว่าแม้แต่รถที่ซอฟต์แวร์เป็นคนขับก็ยังถูกร้องเรื่องนี้ได้
- ถ้ารถคุณมีระบบเบรกฉุกเฉินหรือระบบช่วยขับ อย่าคิดว่ามันจะเห็นสัตว์ตัวเล็กตอนมืดได้ทุกครั้ง
ถ้าคุณกำลังจะซื้อ Tesla หรือรถที่มีระบบช่วยขับ
- อ่านตัวหนังสือเล็กใต้แพ็กเกจให้ครบ หน้าเว็บ Tesla ประเทศไทยเขียนเองว่าฟีเจอร์ที่เปิดอยู่ยังต้องมีผู้ขับขี่ และไม่ได้ทำให้รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ
- ก่อนจ่าย 122,000 บาทสำหรับ EAP ให้ถามพนักงานขายว่าฟีเจอร์ไหนใช้ได้ในไทยวันนี้ และฟีเจอร์ไหน “รออนุมัติ” อยู่
- FSD แบบรายเดือนในไทยยังเป็น “เตรียมเปิดให้ใช้งานเร็วๆ นี้” ยังไม่มีราคาไทยอย่างเป็นทางการและยังไม่มีวันเปิด อย่าตัดสินใจซื้อรถเพราะฟีเจอร์ที่ยังไม่มีวันเปิด
ถ้าคุณเลี้ยงหมาแมว
- ช่วงหัวค่ำถึงกลางคืนพยายามไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกไปเดินถนนเอง ปลอกคอสะท้อนแสงช่วยให้คนขับมองเห็นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่ารถคันนั้นจะขับโดยคนหรือซอฟต์แวร์
ถ้าคุณตามข่าวเทค
- แยกให้ออกว่าข่าวอยู่ขั้นไหน complaint → petition → investigation → recall และค้นเลขแฟ้มอย่าง DP26010 ในหน้าเว็บ NHTSA ได้เอง
- เจอตัวเลขอุบัติเหตุเทียบระหว่างบริษัท ให้ถามก่อนว่าคิดต่อจำนวนรถหรือระยะทางแล้วหรือยัง
- คำว่า “แก้ได้แล้ว” ที่ไม่มีข้อมูลและไม่มีวันที่ ให้จัดไว้ในกล่องเดียวกับคำโฆษณา รอดูของจริงก่อน มุกแซวคู่แข่งรอบก่อนของมัสก์ที่เราสรุปไว้ในดราม่า Wi-Fi บนเครื่อง Delta ก็ใช้หลักอ่านแบบเดียวกันได้
เกมนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครพูดเก่งกว่าบนเวทีไลฟ์ครับ แต่วัดที่ใครมีตัวเลขที่คนนอกตรวจได้ สิ่งที่ควรจับตาต่อมีสองเรื่อง คือ NHTSA จะรับหรือไม่รับคำร้อง DP26010 ซึ่งตามกฎ 120 วันน่าจะรู้ผลราว 21 ม.ค. 2027 และ Tesla จะเปิดข้อมูลประกอบคำว่า “แก้ได้แล้ว” หรือเปล่า ส่วนคำถามถึงคุณคือ ในซอยหน้าบ้านคุณตอนกลางคืน มีหมาแมวสีกลืนถนนกี่ตัวที่คุณเกือบมองไม่เห็นตอนขับรถกลับบ้าน?
Recap
- เกิดอะไรขึ้น: 9 ต.ค. 2026 NHTSA เปิดแฟ้มคำร้อง DP26010 เรื่อง Robotaxi ของ Tesla (Model Y และ Cybercab รุ่นปี 2026) ขับเกินความเร็วในเขตโรงเรียน ส่วนวันเสาร์ที่ 10 ต.ค. มัสก์แซว Waymo ว่าทับสัตว์เลี้ยงเยอะ
- ตัวเลขที่ต้องจำ: คำร้องมี 4 เหตุการณ์ (คลิปโซเชียล 3 + เรื่องร้องเรียน 1) ไม่มีการชนหรือผู้บาดเจ็บ ครอบคลุมรถราว 1,000 คันตามที่ NHTSA ประมาณ
- ขั้นตอน: complaint → petition (อยู่ตรงนี้) → investigation → recall แฟ้มนี้ยังไม่ใช่การสอบสวนเต็มรูปแบบ
- ข้อมูลขัดกัน: จำนวนรถ (1,000 ประมาณการ / 739 จดทะเบียนในเท็กซัส / หลักสิบคันที่วิ่งจริงเมื่อมิ.ย.) และครั้งที่สองหรือสามของการตรวจสอบจากรัฐบาลกลาง
- ตัวเลขชนสัตว์ 9 (Waymo) กับ 1 (Tesla) เทียบกันตรงๆ ไม่ได้ เพราะ NHTSA ไม่ได้ปรับตามจำนวนรถหรือระยะทาง
- คำอ้างว่า Tesla “แก้เรื่องแมวสีเทาตอนกลางคืนได้แล้ว” ยังไม่มีข้อมูลและไม่มีวันที่
- คนไทย: Tesla ไทยขาย EAP 122,000 บาท ส่วน FSD รายเดือน “เตรียมเปิดเร็วๆ นี้” ยังไม่มีราคาไทย และคนขับยังต้องรับผิดชอบเต็มตัว
- จับตาต่อ: ผลคำร้องราว 21 ม.ค. 2027 และคำชี้แจงจาก Tesla กับ Waymo