โกดังฮาร์ดแวร์มืดๆ มีพาเลตไม้สองกองวางเคียงกัน กองซ้ายเป็นถาดการ์ดเร่งงาน AI ที่เตี้ยกว่าและมีช่องว่างตรงกลาง มีสายรัดสีอำพันห้อยหลุดและถาดเปล่าวางเอียงบนพื้น ส่วนกองขวาสูงกว่าและกำลังมีถาดใหม่ถูกยกวางเพิ่มด้วยรถยก ขอบกองขวาสะท้อนแสงสีเขียวมรกต

IDC: ส่วนแบ่ง Nvidia ในตลาดชิป AI ดาต้าเซ็นเตอร์จีนเหลือ 34% Huawei ไล่มา 28% แต่ตัวเลขนี้นับเป็น “จำนวนชิ้น”

น้องกายEngineering

ส่วนแบ่งของ Nvidia ในตลาดชิป AI สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ของจีนเหลือ 34% ในครึ่งแรกปี 2026 ตามรายงานของบริษัทวิจัยตลาด IDC ที่ Reuters ได้เห็นและรายงานไว้ในข่าวลงวันที่ปักกิ่ง 13 ต.ค. 2026 (Reuters ผ่าน Investing.com) ส่วน Huawei ไล่ขึ้นมาอยู่ที่ 28% ห่างกันแค่ 6 จุด

แปลง่ายๆ คือ ชิป AI ที่ส่งเข้าดาต้าเซ็นเตอร์ในจีนทุก 3 ตัว ตอนนี้เป็นของ Nvidia ราว 1 ตัวเท่านั้นครับ ที่ชวนงงคือ ปลายเดือนเมษายน Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เองเคยพูดว่าส่วนแบ่งในจีน “ตกลงมาเหลือศูนย์แล้ว” (Yahoo Finance) สองตัวเลขนี้จริงพร้อมกันได้ยังไง เดี๋ยวผมพาไล่ดู

ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ได้เห็นรายงาน IDC ฉบับเต็ม เพราะไม่ได้เผยแพร่สาธารณะ ตัวเลขทั้งหมดจึงมาจากที่ Reuters รายงานต่ออีกทอดหนึ่ง

สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น

  • IDC นับว่าช่วง ม.ค.–มิ.ย. 2026 มีชิปเร่งงาน AI (AI accelerator) ส่งเข้าตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในจีนรวมประมาณ 2.008 ล้านตัว (Reuters, TechNode)
  • Nvidia ส่ง 678,000 ตัว ลดลง 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
  • Huawei ส่ง 572,000 ตัว จากปีก่อนที่ส่งได้ “มากกว่า 300,000 ตัว” แปลว่าโตเกือบเท่าตัว
  • ผู้ผลิตจีนรายอื่น: T-Head ของ Alibaba ได้ 7%, Cambricon 5%, Kunlunxin ของ Baidu 4% และ Hygon 3% ส่วนผู้ผลิตจีน 9 จาก 11 รายที่ IDC ติดตามส่งของได้มากขึ้นทั้งนั้น
  • IDC ไม่ได้บอกว่านับชิป Nvidia รุ่นไหนบ้าง และไม่ชัดว่ารวมชิปรุ่นท็อปอย่าง B200 กับ B300 ที่ห้ามส่งออกไปจีนแต่มีรายงานว่าถูกลักลอบเข้าไปหรือเปล่า Nvidia ไม่ได้ตอบคำถามของ Reuters (Mexico Business News)
  • ก่อนหน้านั้นไม่กี่สัปดาห์ Eric Xu ประธานหมุนเวียนของ Huawei อ้างว่า Ascend “แซง Nvidia แล้ว” ในจีน โดยไม่เปิดตัวเลข (The Register)

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ ถึงไม่ได้ซื้อชิปเองสักตัว

  1. โมเดล AI ที่คนไทยใช้ วิ่งอยู่บนชิปพวกนี้ โมเดลจีนแบบเปิดอย่าง DeepSeek เริ่มถูกปรับให้รันบนชิป Huawei มากขึ้น (ดูเรื่องเครื่องมือ Ascend ของ DeepSeek) โลก AI กำลังแยกเป็นสองค่ายฮาร์ดแวร์ ซึ่งวันหนึ่งอาจกระทบว่าโมเดลไหนรันที่ไหนได้ถูกหรือแพง
  2. ไทยมีชื่ออยู่ในข่าวชิปปีนี้แล้ว ทั้งในข้อกล่าวหาเรื่องเช่าใช้ชิปต้องห้ามผ่านดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย และในร่างกฎของสหรัฐฯ ที่มีรายงานว่าจะคุมเรื่องนี้
  3. ช่วยให้อ่านข่าวหุ้นและข่าวเทคได้ไม่หลงพาดหัว “34%” ในข่าวนี้คือส่วนแบ่งตามจำนวนชิ้น ไม่ใช่ตามมูลค่าเงิน และไม่ใช่ตามพลังประมวลผล

ทำงานยังไง (ฉบับเตาฟู่ในโรงครัวงานวัด)

ชิปเร่งงาน AI คืออะไร

AI accelerator หรือชิปเร่งงาน AI คือชิปที่ออกแบบมาให้คำนวณเลขจำนวนมหาศาลพร้อมกันทีเดียว ซึ่งเป็นงานหลักของการเทรน (training: สอนโมเดลจากข้อมูล) และการรัน (inference: ให้โมเดลที่สอนเสร็จแล้วตอบคำถาม) ในรายงานนี้ IDC แบ่งชิปเป็น 2 กลุ่มครับ

  • GPU (graphics processing unit) เดิมทำมาเพื่อวาดภาพกราฟิก แต่ถนัดคำนวณแบบขนานจนกลายเป็นม้างานหลักของ AI เจ้าใหญ่คือ Nvidia ครึ่งแรกปีนี้ GPU ที่ส่งเข้าจีนลดลง 26% เหลือ 991,000 ตัว เพราะชิปที่ขายในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ยังมีจำกัด (Reuters)
  • ชิปเร่งงาน AI แบบอื่น ที่ Reuters อธิบายว่าเป็นชิปสำหรับงานเฉพาะทาง เช่น การรันโมเดลที่เทรนเสร็จแล้ว กลุ่มนี้โตเกือบ 80% เป็น 1.016 ล้านตัว แปลว่าแซง GPU ในแง่จำนวนแล้ว และ 95% ของกลุ่มนี้มาจาก Huawei, T-Head, Kunlunxin กับ Cambricon

IDC ยังมองว่าการแข่งขันกำลังย้ายจาก “ชิปตัวเดียวแรงแค่ไหน” ไปเป็น “ทั้งระบบทำงานด้วยกันได้ดีแค่ไหน” เช่น เอาชิปหลายหมื่นตัวมาต่อเป็นคลัสเตอร์แล้วยังเร็วอยู่ไหม

ทำไมการควบคุมการส่งออกถึงสำคัญ

กฎของสหรัฐฯ ตั้งแต่ยุคปี 2022 จำกัดไม่ให้จีนเข้าถึงทั้งชิป AI ขั้นสูงและเครื่องผลิตชิปอย่างเครื่อง EUV (Tom’s Hardware) Nvidia เลยเคยทำชิปรุ่น H20 ที่ลดพลังคำนวณลงมาเพื่อให้ขายในจีนได้ (AP ผ่าน Gulf News) ส่วนรุ่นที่แรงกว่าอย่าง H200 ฝั่งสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตให้แล้ว แต่พอถึงเดือนกรกฎาคม เจ้าหน้าที่การค้าระดับสูงของสหรัฐฯ ยังบอกว่าส่งเข้าจีนและฮ่องกงได้ “น้อยมาก” (CNBC)

อีกฝั่งหนึ่ง ปักกิ่งก็ผลักดันชิปในประเทศ และกำหนดให้บริษัทจีนต้องขออนุมัติก่อนนำเข้าชิป Nvidia รุ่นที่ทำตามกฎสหรัฐฯ (Reuters) แปลว่า Nvidia โดนบีบสองทาง ทั้งจากรัฐบาลฝั่งคนขายและรัฐบาลฝั่งคนซื้อ

อุปมา: เตาฟู่ในโรงครัวงานวัด

ลองนึกภาพงานวัดใหญ่ที่ต้องผัดข้าวเลี้ยงคนหลายพันจานครับ งานแบบนี้ไม่ได้ต้องการแม่ครัวฝีมือเทพคนเดียว แต่ต้องการ เตาฟู่ (เตาแก๊สแรงดันสูงที่ไฟพุ่งแรง) หลายสิบเตาผัดพร้อมกัน ชิปเร่งงาน AI ก็คือเตาฟู่ของโลกดาต้าเซ็นเตอร์

  • Nvidia คือยี่ห้อเตาฟู่ที่ไฟแรงที่สุด แม่ครัวทั้งประเทศคุ้นมือ และมีคู่มือที่ทุกคนรู้วิธีใช้ คู่มือชุดนี้เทียบได้กับ CUDA ซอฟต์แวร์ที่นักพัฒนา AI ใช้สั่งงาน GPU ของ Nvidia มานาน
  • การควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ คือรัฐบาลของโรงงานเตาสั่งว่า “ห้ามขายเตารุ่นไฟแรงสุดให้หมู่บ้านฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ” ขายได้แค่รุ่นที่หรี่ไฟลงมาแล้ว
  • ปักกิ่ง คือผู้ใหญ่บ้านฝั่งนั้นที่ประกาศว่า “ซื้อเตาของช่างตีเหล็กในหมู่บ้านเราก่อน ถ้าจะซื้อเตาจากข้างนอกต้องมาขออนุญาต”
  • Huawei คือช่างตีเหล็กในหมู่บ้าน เตาของเขาไฟอ่อนกว่าต่อเตา แต่ชดเชยด้วยการวางเตาเรียงเป็นแถวยาว ตรงกับที่ The Register เขียนว่าชิปของ Huawei ด้อยกว่า Nvidia และ AMD “บนกระดาษ” แต่ชดเชยด้วยขนาดของระบบ (The Register)

ทีนี้ตัวเลข 34% ของ IDC คือการ นับจำนวนเตา ครับ ไม่ได้นับว่าแต่ละเตาไฟแรงแค่ไหน และไม่ได้นับว่าราคาเท่าไหร่ ผมลองหารเองดู 678,000 ÷ 2,008,000 ได้ราว 33.8% ส่วน 572,000 ÷ 2,008,000 ได้ราว 28.5% ใกล้กับตัวเลขที่รายงาน แปลว่านี่คือส่วนแบ่งตาม “จำนวนชิ้น” แน่ๆ ในตารางนี้ เตาไฟอ่อน 1 เตากับเตาไฟแรง 1 เตามีน้ำหนักเท่ากันเป๊ะ

ยังมีตัวละครอีกตัวที่ตารางของ IDC ไม่ได้นับ คือ โรงครัวให้เช่าในหมู่บ้านอื่น ถ้าซื้อเตาไม่ได้ ก็ไปเช่าโรงครัวที่ตั้งเตาไฟแรงไว้ในหมู่บ้านข้างๆ ผัดเสร็จค่อยส่งข้าวกลับมา กฎห้ามขายเตาไม่ได้ครอบคลุมการเช่าครัว และตรงนี้แหละที่ไทยเข้ามาอยู่ในข่าว

จุดหักมุม: ซีอีโอบอก “เหลือศูนย์” แต่ IDC นับได้ 678,000 ตัว

เดี๋ยวก่อนครับ ถ้า Nvidia เหลือศูนย์จริง ชิป 678,000 ตัวนี้มาจากไหน

Jensen Huang ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ที่บันทึกเมื่อ 30 เม.ย. 2026 ว่า “Today, in China, we have now dropped to zero.” (Yahoo Finance) รายงานประจำปี (10-K) ของ Nvidia ก็เขียนว่า ณ สิ้นปีงบประมาณ 2026 บริษัทแทบถูกกันออกจากการแข่งขันในตลาดคอมพิวต์ดาต้าเซ็นเตอร์ของจีน และประกาศผลประกอบการเมื่อ 26 ส.ค. 2026 ระบุชัดว่าตัวเลขคาดการณ์รายได้ ไม่ได้นับรายได้ Data Center compute จากจีนเลย (NVIDIA Newsroom)

ส่วนชิป H200 ที่ได้ใบอนุญาตแล้ว The Register รายงานว่าผู้บริหาร Nvidia บอกในการประชุมนักลงทุนไตรมาส 2 ว่ายอดส่งเข้าจีน ไม่ถึง 1% ของรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ (The Register) เทียบกับรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ 89,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนั้น (NVIDIA Newsroom) แปลว่ายอดจีนเป็นแค่เศษเล็กๆ

แต่ IDC กลับนับได้ว่า Nvidia ยังเป็นเบอร์หนึ่งในจีนด้วยจำนวน 678,000 ตัว โดยไม่บอกว่าเป็นรุ่นไหน Reuters ตั้งคำถามไว้เองด้วยซ้ำว่ารวมชิป B200 กับ B300 ที่ถูกลักลอบเข้าไปหรือเปล่า

ผมยังตอบไม่ได้ว่าส่วนต่างนี้มาจากไหน ไม่มีแหล่งไหนที่ผมอ่านอธิบายได้ครบ อาจเป็นเพราะนิยาม “รายได้ data center compute” ของ Nvidia กับนิยาม “ชิปที่ส่งเข้าตลาดจีน” ของ IDC ไม่ตรงกัน หรือมีชิปที่ไม่ได้ขายตรงจาก Nvidia ปนอยู่ แต่ทั้งหมดนี้เป็นการเดาของผม จนกว่า IDC จะแจกแจงรุ่นสินค้าออกมา

ผลกระทบ: เงิน ราคา และความเสี่ยงของ Nvidia

ฝั่ง Nvidia: ถ้ามองจากตัวเลขเงิน Nvidia วางแผนเหมือนจีนเป็นศูนย์ไปแล้ว คาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 108,000 ล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% โดยไม่นับรายได้คอมพิวต์ดาต้าเซ็นเตอร์จากจีน (NVIDIA) แปลว่าในระยะสั้น ข่าว 34% แทบไม่เปลี่ยนตัวเลขที่ Nvidia บอกนักลงทุนไว้ สิ่งที่หายไปคือ “โอกาส” มากกว่า Huang เองวิจารณ์ว่านโยบายนี้บีบให้บริษัทอเมริกันยกตลาดชิป AI จีนมูลค่าราว 50,000 ล้านดอลลาร์ให้ Huawei (Reuters)

ฝั่ง Huawei: Tom’s Hardware รายงานเมื่อต้นเดือน พ.ค. ว่า Huawei คาดรายได้จากชิป AI ปี 2026 ราว 12,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 7,500 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน โดยอิงคำสั่งซื้อจาก Alibaba, ByteDance และ Tencent (Tom’s Hardware) ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ที่สื่อรายงาน ไม่ใช่รายได้จริงที่ Huawei ประกาศ

เรื่องราคา: รายงานเดียวกันบอกว่าราคาชิป Ascend 950PR “มีรายงานว่า” ขยับขึ้นราว 20% เพราะความต้องการล้น ยังไม่มีราคาทางการยืนยัน ส่วน Eric Xu ก็ยอมรับเองว่ากำลังผลิตของ Huawei ไม่พอกับความต้องการในจีน (The Register) เทียบง่ายๆ คือช่างตีเหล็กมีคิวยาวจนขึ้นราคาได้ ทั้งที่เตายังไฟอ่อนกว่า Tom’s Hardware อธิบายว่ากำลังผลิตของ Huawei ขึ้นกับ SMIC โรงงานผลิตชิปอันดับหนึ่งของจีน ซึ่งผลิต 950PR บนกระบวนการระดับ 7 นาโนเมตรที่ไม่ได้ใช้เครื่อง EUV (Tom’s Hardware)

ไทยกับอาเซียน: จากทางผ่านชิป สู่ “โรงครัวให้เช่า”

ตรงนี้คือส่วนที่ผมว่าคนไทยควรรู้ที่สุด และขอย้ำว่าทั้งหมดเป็น ข้อกล่าวหาและรายงานข่าว ยังไม่มีคำตัดสินของศาลครับ

  • ข้อกล่าวหาเรื่องเช่าชิปในไทย: 22 ก.ค. 2026 Michael Kratsios ผู้อำนวยการสำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว โพสต์ว่า Moonshot AI บริษัท AI จีนเจ้าของโมเดล Kimi ได้เซิร์ฟเวอร์ที่ติดชิป GB300 และ “เข้าถึง GB300 ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะใช้เทรนโมเดล AI” (แปลจาก CNBC) GB300 อยู่ในกลุ่มชิปขั้นสูงที่ห้ามส่งออกไปจีน ฝั่งจีนเคยบอก CNBC ผ่านโฆษกสถานทูตว่าคัดค้านข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล (บริบทเรื่อง distillation ที่พ่วงมา ดูได้ในข่าว CISA เตือนแคมเปญ distillation)
  • ช่องโหว่ที่ตอนนี้ยังถูกกฎหมาย: CNBC รายงานว่า ByteDance, Alibaba และ Tencent มีรายงานว่าเข้าถึงพลังประมวลผลของชิป Nvidia จากระยะไกลผ่านไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่น (ทั้งสามบริษัทไม่ได้ให้ความเห็น) Cassia King นักวิจัยจาก Institute for AI Policy and Strategy บอก CNBC ว่าการเข้าถึงผ่านสถานที่ในไทยแบบนี้ถูกกฎหมาย ตราบใดที่ไม่ได้ซื้อและเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์เอง เพราะกฎสหรัฐฯ คุมตัวชิป ไม่ได้คุมการเข้าถึงทางไกล (CNBC)
  • กฎที่กำลังร่าง: Tom’s Hardware อ้างรายงานของ The Information ว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎที่จะคุมการเข้าถึงทางไกลผ่าน ไทยและสิงคโปร์ แต่ทนายจาก Baker McKenzie บอกว่าเป็นที่รู้กันในวงการว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังบังคับกฎแบบนี้ไม่ได้ (Tom’s Hardware) ร่างกฎหมาย Remote Access Security Act ที่จะให้อำนาจนั้นผ่านสภาผู้แทนฯ แล้วเมื่อมกราคม แต่ยังค้างในวุฒิสภา (CNBC)
  • กฎเรื่องบริษัทลูกจีนในต่างประเทศ: 31 พ.ค. 2026 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ออกแนวปฏิบัติว่าการส่งชิปขั้นสูงให้หน่วยงานที่มีสำนักงานใหญ่ในจีนต้องขอใบอนุญาต แม้หน่วยงานนั้นจะตั้งอยู่นอกจีน เช่น ในมาเลเซีย (CNBC) ทางลัดผ่านบริษัทลูกในอาเซียนจึงถูกปิดไปอีกทาง
  • คดีเซิร์ฟเวอร์ที่ผ่านไทย: ต้นเดือน พ.ค. 2026 Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า “Company-1” ในคำฟ้องของอัยการสหรัฐฯ คดีลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ Super Micro ที่ติดชิป Nvidia เข้าจีน คือบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์มูลค่าราว 2,500 ล้านดอลลาร์ขายผ่าน (Bloomberg ผ่าน Boston Globe) บริษัทนี้ยังไม่ถูกตั้งข้อหา Alibaba ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง และรัฐบาลไทยปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยเอง เมื่อ 4 ก.ย. 2026 คณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีรองนายกฯ และ รมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ตัดสินใจพักโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 166 โครงการไว้ชั่วคราว เพื่อเขียนมาตรฐานใหม่เรื่องทรัพยากร ที่ตั้ง ความปลอดภัย และประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Nation Thailand) เหตุผลที่แถลงไม่เกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกชิป แต่มันเกิดในจังหวะเดียวกับที่ไทยกำลังเขียนกติกาดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งระบบ

ขนาดของเรื่องในภูมิภาคก็ไม่เล็ก CNBC อ้างข้อมูล DC Byte ว่ามีแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเกิน 100 เมกะวัตต์ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยรวม 31 แห่ง จากที่มีอยู่แค่ 2 แห่ง ถ้ากฎหมายผ่าน ผู้ให้บริการเหล่านี้ต้องแบกภาระยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC: know your customer) ตามที่ Michelle Nie จาก Center for a New American Security ชี้ไว้

ชิปจีนเองจะมาขายในอาเซียนไหม Brady Wang จาก Counterpoint Research บอก AP ว่าผู้ผลิตชิปจีนอาจได้ส่วนแบ่งในภูมิภาคอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้ากำลังผลิตและราคาดีขึ้น (AP) แต่ Eric Xu บอกว่าตอนนี้ Huawei ยังไม่มีแผนบุกต่างประเทศแบบเต็มรูปแบบ เพราะของในจีนเองยังไม่พอขาย (The Register)

เสียงจากหลายฝั่ง

  • Huawei ฝั่งที่บอกว่าชนะแล้ว: Eric Xu ยอมรับก่อนว่าเก็บข้อมูลส่วนแบ่งของ Nvidia ในจีนได้ยากมาก แล้วจึงบอกว่า “based on the data we have collected, Ascend has surpassed Nvidia” (The Register, DIGITIMES)
  • Nvidia ฝั่งที่บอกว่าเหลือศูนย์: Huang บอกว่านโยบายควบคุมการส่งออก “ส่งผลย้อนกลับไปแล้วเป็นส่วนใหญ่” (แปลจาก Yahoo Finance)
  • นักวิเคราะห์ที่มองว่า Huawei นำแล้ว: Antonia Hmaidi จาก Mercator Institute for China Studies บอก AP ว่า Nvidia เสียพื้นที่ให้ Huawei ไปมาก และตอนนี้ Huawei นำในประเทศแล้ว
  • นักวิเคราะห์ที่ให้ใจเย็น: Phelix Lee จาก Morningstar บอก AP ว่าไม่คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนไปใช้ Ascend แบบฉับพลัน (AP)

บริษัทหนึ่งบอกว่าตัวเองชนะแล้ว อีกบริษัทบอกว่าตัวเองเหลือศูนย์ ส่วนบริษัทวิจัยตลาดบอกว่าฝั่งที่ “เหลือศูนย์” ยังนำอยู่ ถ้าทั้งสามคนนับของคนละอย่าง ใครจะเป็นคนตัดสิน?

ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน

  • นับชิ้น vs นับเงิน vs นับพลังประมวลผล: ข้อมูลที่ Reuters รายงานมีแต่จำนวนชิ้น ไม่มีส่วนแบ่งตามมูลค่า ชิปแต่ละค่ายราคาและพลังต่างกันมาก AP อ้างนักวิเคราะห์ว่า Ascend 950 พอเทียบกับ H200 ได้ “ในบางมาตรวัด” ส่วนแบ่งตามมูลค่าจึงอาจสูงหรือต่ำกว่า 34% ก็ได้ และยังไม่มีใครเปิดตัวเลขนี้
  • IDC นับชิป Nvidia รุ่นไหน: IDC ไม่ได้บอก ไม่ชัดว่ารวมชิปลักลอบอย่าง B200/B300 หรือไม่ และยังไม่มีใครอธิบายว่าตัวเลข 678,000 ตัวไปด้วยกันกับคำว่า “เหลือศูนย์” ของ Nvidia ได้ยังไง
  • Huawei vs IDC: Huawei บอกว่าแซง Nvidia แล้ว แต่ไม่ได้ให้ตัวเลข ไม่ได้บอกช่วงเวลา และไม่ได้บอกว่าวัดเป็นชิ้นหรือเป็นเงิน คำอ้างนี้ออกมาปลายเดือนกันยายน ขณะที่ข้อมูล IDC ครอบคลุมแค่ ม.ค.–มิ.ย. ทั้งสองฝั่งจึงอาจพูดถึงคนละช่วงเวลา
  • ปี 2025 Nvidia มี 55% หรือ 40%: ตัวเลข 55% ที่บางสื่อเอามาเทียบ มาจากข่าว Reuters เมื่อ 1 เม.ย. 2026 ที่อ้าง IDC ว่าปี 2025 Nvidia ส่งราว 2.2 ล้านตัวจากราว 4 ล้านตัว (Reuters ผ่าน Yahoo Finance) แต่นั่นเป็นตัวเลขทั้งปี และข่าวสองชิ้นเรียกชื่อตลาดต่างกัน Reuters ไม่ได้ยืนยันว่านิยามตรงกัน ส่วน Bernstein ประเมินผ่าน AP ว่าปี 2025 Nvidia มีแค่ราว 40% และคาดว่าปีนี้จะเหลือราว 8% คนละวิธีนับ จึงได้คนละตัวเลข
  • “เหลือ 34%” หรือ “ลดลง 34%”: DIGITIMES พาดหัวเมื่อ 14 ต.ค. ว่าส่วนแบ่ง Nvidia “ลดลงหนึ่งในสาม” และย่อหน้าแรกใช้คำที่อ่านได้ว่าลดลง 34% ไม่ใช่ลดลงจนเหลือ 34% (DIGITIMES) เนื้อหาที่เหลือติด paywall ผมเลยยึดถ้อยคำของ Reuters ที่ตรงกับการหารตัวเลขของผมเอง
  • ฝั่งไทย: ข้อกล่าวหาของ Kratsios ไม่ได้ระบุชื่อสถานที่ในไทย ในแหล่งที่ผมอ่านยังไม่มีการกล่าวหาหน่วยงานไทยอย่างเป็นทางการ และผมยังไม่พบว่ากฎคุมการเข้าถึงทางไกลประกาศใช้จริง ณ 14 ต.ค. 2026

ผมมองว่า: นี่ไม่ใช่ศึกชิปต่อชิป แต่คือการแยกโลก AI เป็นสองระบบ

ผมมองว่าพาดหัว “Nvidia เหลือ 34%” บอกเรื่องจีนมากกว่าบอกเรื่อง Nvidia ครับ ในแง่ตัวเลขเงิน Nvidia ตัดจีนออกจากคาดการณ์ไปเองแล้ว ข่าวที่ใหญ่กว่าซ่อนอยู่ในบรรทัดที่คนไม่ค่อยอ่าน คือชิปที่ไม่ใช่ GPU แซง GPU ในจีนแล้ว และผู้ผลิตจีน 9 จาก 11 รายโตขึ้นพร้อมกัน นั่นคือภาพของประเทศที่กำลังสร้างครัวทั้งชุดของตัวเอง ตั้งแต่เตา คู่มือ ไปจนถึงวิธีต่อเตาเป็นแถว

Eric Xu พูดเองว่าชิปของ Huawei อาจล้ำน้อยกว่า แต่อย่างน้อยก็มีของแน่นอน ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าเตาของใครไฟแรงกว่า แต่คือใครยังสั่งเตามาใช้ได้ในปีหน้า

ส่วนคนไทย ผมมองว่าผลกระทบที่ใกล้ตัวที่สุดไม่ใช่การที่เราจะได้ซื้อชิป Huawei แต่คือการที่ดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยกำลังถูกมองเป็น “โรงครัวให้เช่า” ที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองมหาอำนาจ ส่วนตัวผมคิดว่าจังหวะที่รัฐบาลกำลังเขียนกติกาดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ เป็นโอกาสที่จะวางเรื่องความโปร่งใสของลูกค้าไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนที่คนอื่นจะมาเขียนให้

แล้วเราควรทำอะไร

ถ้าคุณเป็นคนอ่านข่าวทั่วไป

  • เวลาเห็นพาดหัว “ส่วนแบ่งตลาด” ให้ถาม 3 ข้อ: นับเป็นชิ้นหรือเป็นเงิน, ช่วงเวลาไหน, ใครเป็นคนนับ
  • แยก “คำอ้างของบริษัท” อย่างของ Huawei ออกจาก “ข้อมูลบริษัทวิจัย” อย่างของ IDC

ถ้าคุณถือหุ้นหรือสนใจหุ้นชิป

  • ผมไม่ใช่ที่ปรึกษาการลงทุน และบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย สิ่งที่ทำได้คืออ่านเอกสารต้นทาง เช่น ประกาศผลประกอบการของ Nvidia ที่เขียนชัดว่าไม่นับรายได้คอมพิวต์ดาต้าเซ็นเตอร์จากจีน แทนการตัดสินจากพาดหัวเดียว

ถ้าคุณดูแล IT หรือทำธุรกิจคลาวด์/ดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย

  • รู้ให้ชัดว่า GPU ที่ใช้หรือปล่อยเช่าอยู่ภายใต้เงื่อนไขการส่งออกแบบไหน และลูกค้าปลายทางเป็นใคร มีบริษัทแม่อยู่ที่ไหน
  • เตรียมกระบวนการ KYC ไว้ก่อน เพราะร่างกฎและร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ชี้ไปที่ผู้ให้บริการคลาวด์ตรงๆ
  • ติดตามเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ของไทย ที่คณะกรรมการให้อนุกรรมการ 4 ชุดเวลา 1 เดือนนับจาก 4 ก.ย. ในการเสนอหลักเกณฑ์

ถ้าคุณเป็นนักพัฒนา

  • ถ้าใช้โมเดลเปิดจากจีน ดูว่าผู้พัฒนาปรับโมเดลมาสำหรับฮาร์ดแวร์ค่ายไหน และอย่าผูกระบบไว้กับฮาร์ดแวร์ค่ายเดียวโดยไม่จำเป็น

ศึกนี้ไม่ใช่ Nvidia แข่ง Huawei แบบชิปต่อชิป แต่คือการแข่งกันว่าใครคุมโรงครัวได้ทั้งระบบ ตั้งแต่เตา คู่มือ ไปจนถึงครัวให้เช่าในหมู่บ้านข้างๆ

สิ่งที่ผมจะจับตาต่อมี 2 เรื่อง เรื่องแรกคือชิป Ascend 950DT รุ่นสำหรับเทรนโมเดล ที่ Tom’s Hardware รายงานว่ามีกำหนดออกไตรมาส 4 ปี 2026 ถ้าออกได้ตามนัด ข้อได้เปรียบด้านการเทรนของ Nvidia ในจีนจะถูกท้าทายตรงๆ เรื่องที่สองคือกฎคุมการเช่าใช้ชิปทางไกลของสหรัฐฯ ที่มีชื่อไทยกับสิงคโปร์อยู่ในรายงาน และร่าง Remote Access Security Act ที่ยังรอวุฒิสภา

คำถามถึงคุณครับ: ข่าวชิปหรือข่าวหุ้นเทคชิ้นล่าสุดที่คุณแชร์ต่อ คุณเช็กไหมว่าตัวเลขในพาดหัวนับเป็นชิ้น เป็นเงิน หรือเป็นแค่คำอ้างของบริษัทเอง?

Recap

  • เกิดอะไรขึ้น: IDC (ผ่าน Reuters) ให้ Nvidia 34% และ Huawei 28% ของชิปเร่งงาน AI ที่ส่งเข้าตลาดดาต้าเซ็นเตอร์จีนครึ่งแรกปี 2026
  • ตัวเลขที่ต้องจำ: รวม 2.008 ล้านตัว, Nvidia 678,000 ตัว (-44%), Huawei 572,000 ตัว, ชิปที่ไม่ใช่ GPU 1.016 ล้านตัว แซง GPU 991,000 ตัว
  • อ่านให้ถูก: 34% คือส่วนแบ่งตาม “จำนวนชิ้น” ไม่ใช่มูลค่า และไม่ใช่พลังประมวลผล
  • ข้อมูลขัดกัน: Huang บอกเหลือศูนย์, Huawei อ้างว่าแซงแล้วโดยไม่มีตัวเลข, Bernstein ใช้อีกชุด, IDC ไม่บอกว่านับรุ่นไหน
  • กระทบไทย: ไทยมีชื่อในข้อกล่าวหาเรื่องเช่าชิปทางไกลและคดีเซิร์ฟเวอร์ (ยังเป็นข้อกล่าวหา) ขณะที่รัฐบาลกำลังเขียนกติกาดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่
  • จับตาต่อ: Ascend 950DT (กำหนดไตรมาส 4 ปี 2026 ตามรายงาน) และกฎคุมการเข้าถึงทางไกลของสหรัฐฯ
  • แหล่งอ้างอิง: Reuters (ผ่าน Investing.com และ Yahoo Finance), Mexico Business News, TechNode, DIGITIMES, The Register, AP, Yahoo Finance, NVIDIA Newsroom, Tom’s Hardware, CNBC, Bloomberg (ผ่าน Boston Globe), Nation Thailand