
16 ต.ค. Excel บนเว็บหยุดส่ง Power Query ให้ Python งานรายงานต้องเช็กก่อน
ตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2026 Microsoft จะหยุดให้ Excel ในเบราว์เซอร์โหลดข้อมูลจาก Power Query เครื่องมือดึงและจัดข้อมูล เข้า Python in Excel เครื่องมือวิเคราะห์ด้วยภาษา Python ตาม ประกาศ MC1473149 ที่เก็บใน Message Center Archive แปลว่าไฟล์รายงานที่พึ่งการส่งข้อมูลแบบนี้บนเว็บ จะทำงานไม่ได้ตามเดิม แม้เจ้าของไฟล์ไม่ได้แก้สูตรครับ
สำหรับคนทำบัญชี สรุปยอดขาย หรือส่งรายงานให้หัวหน้าผ่านลิงก์ เรื่องนี้ควรตรวจตั้งแต่ก่อนถึงกำหนด แต่ Excel โปรแกรมบน Windows ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนครั้งนี้ ตาม ประกาศเดียวกัน สิ่งที่ต้องแยกให้ออกจึงเป็นวิธีเปิดไฟล์ และวิธีที่ Python รับข้อมูล ไม่ใช่เห็นคำว่า Excel แล้วถือว่าทั้งทีมเจอเหมือนกัน
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
Microsoft กำลังยุติการโหลดข้อมูล Power Query เข้า Python runtime บน Excel for the web โดย runtime หมายถึงระบบที่รับโค้ดไปประมวลผล ประกาศระบุว่าเป็นการจัดการลงทุนให้สอดคล้องกับประสบการณ์ที่รองรับ และแนะนำให้ย้ายงานที่กระทบไปใช้ Excel บน Windows ตาม Message Center Archive
วันที่ต้องจำคือ 16 ตุลาคม 2026 แปลว่าตั้งแต่วันนั้น งานที่รวม Power Query กับ Python ผ่านเส้นทางดังกล่าวในเบราว์เซอร์จะทำงานไม่ได้ตามที่คาด 365Fanatic ถ่ายทอดกำหนดเดียวกัน และระบุชัดว่าแพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบคือ Excel for the web
Microsoft ระบุว่า ไม่ต้องดำเนินการด้านการตั้งค่าผู้ดูแลระบบ แต่ขอให้องค์กรค้นหาผู้ใช้และกระบวนการที่พึ่งเส้นทางนี้ พร้อมแจ้งผลกระทบและปรับคู่มือภายใน ตาม ประกาศ MC1473149 คำว่าไม่ต้องตั้งค่า จึงไม่ควรถูกอ่านเป็นคำว่าไม่ต้องเตรียมงาน
บทความนี้อธิบายจากเอกสารและบทวิเคราะห์ที่อ้างไว้ ผมยังไม่ได้ทดสอบกับไฟล์งานของคุณครับ โดยเฉพาะวิธีเปลี่ยนไปอ่านตารางบนแผ่นงาน ซึ่ง Designesh เสนอเป็นทางเลือก แต่ย้ำว่าประกาศไม่ได้ระบุเส้นทางนี้โดยตรง จึงต้องทดลองบนสำเนาก่อน
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ
คนที่ต้องเริ่มตรวจคือผู้ใช้ไฟล์ซึ่งดึงข้อมูลผ่าน Power Query แล้วให้เซลล์ Python วิเคราะห์ต่อ โดยมีคนเปิดใช้งานในเบราว์เซอร์ Designesh อธิบายว่าเซลล์ที่อ่านชื่อ query โดยตรงอาจหยุดให้ผลลัพธ์หลังวันยุติ แม้ตัวไฟล์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ลองนึกถึงงานบัญชีที่ต้องอ่านผลวิเคราะห์ก่อนส่งรายงาน หรือเจ้าของร้านที่เปิดลิงก์ดูข้อมูลจากคนทำรายงาน ตัวอย่างเหล่านี้เป็นสถานการณ์ให้คุณใช้ค้นหาไฟล์ของตัวเอง ไม่ใช่รายชื่อองค์กรที่มีรายงานว่าได้รับผลกระทบ ขอบเขตตาม Microsoft คือผู้ใช้ Python ร่วมกับแหล่งข้อมูล Power Query บนเว็บเท่านั้น
ความต่างอาจซ่อนอยู่ในทีมเดียวกันครับ Collab365 ชี้ว่าไฟล์เคยดูเหมือนกันทั้งในเบราว์เซอร์และบนคอมพิวเตอร์ จนบังความจริงว่าบางคนเท่านั้นที่รันการวิเคราะห์ซ้ำได้ การเปลี่ยนครั้งนี้จึงทำให้ความต่างระหว่างผู้สร้างกับผู้เปิดรายงานเห็นชัดขึ้น
ถ้าคนสร้างไฟล์เปิดบน Windows ได้ แล้วคนรับลิงก์จะได้ผลเหมือนกันเสมอหรือครับ? คำตอบสำหรับเส้นทางที่กำลังยุติคืออย่าใช้ผลจากฝั่งเดียวเป็นหลักฐานแทนทั้งทีม เพราะ Microsoft ยืนยันว่า Windows ไม่เปลี่ยน แต่การโหลดข้อมูลเข้า Python บนเว็บเปลี่ยน
ทำงานยังไง
Python in Excel ให้เขียนคำสั่งภาษา Python ในเซลล์ที่เริ่มด้วย =PY แล้วประมวลผลบนคลาวด์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ของ Microsoft ก่อนส่งผลกลับสู่แผ่นงาน ตามคำอธิบายของ Designesh นี่จึงไม่ใช่การสั่งให้ Python บนเครื่องเราเปิดไฟล์ภายนอกเอง
Power Query เป็นเครื่องมือนำเข้า เตรียม และปรับรูปข้อมูลก่อนวิเคราะห์ Microsoft Support ระบุว่าเป็นช่องทางนำเข้าข้อมูลภายนอกสำหรับ Python in Excel ส่วน query คือรายการคำสั่งดึงและจัดข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการนำเข้านั้น
ตัวเชื่อมชื่อ xl() คือคำสั่งให้ Python อ่านสิ่งที่อยู่ในสมุดงาน ซึ่งหมายถึงไฟล์ Excel ที่รวมแผ่นงานไว้ด้วยกัน ตัวอย่างใน Microsoft Support อ่านชื่อ query แล้วได้ DataFrame หรือข้อมูลรูปตารางสำหรับให้ Python ทำงานต่อ ไม่ต้องจำศัพท์นี้เพื่อเริ่มค้นหาไฟล์เสี่ยงครับ
เส้นทางแรกคือ connection only หรือเก็บการเชื่อมต่อไว้โดยไม่วางข้อมูลลงแผ่นงาน Designesh ยกตัวอย่าง xl("Sales") ที่อ่าน query ชื่อ Sales โดยตรง และอธิบายว่านี่เป็นเส้นทางที่กำลังถูกยุติ ชื่อนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ชื่อที่ทุกไฟล์ต้องมี
อีกเส้นทางคือให้ Power Query โหลดผลลงตารางบนแผ่นงาน แล้วให้ Python อ่านตารางนั้น Designesh ยกตัวอย่าง xl("Sales[#All]", headers=True) โดย [#All] หมายถึงอ่านทั้งตาราง และ headers=True บอกว่าแถวแรกเป็นชื่อคอลัมน์ ผู้เขียนวิเคราะห์ว่าวิธีนี้อาจหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ยุติได้ แต่ Microsoft ไม่ได้ยืนยันทางเลือกนี้ในประกาศ
เปรียบกับร้านข้าวตามสั่ง Power Query คือครัวที่ดึงวัตถุดิบมาจัดให้พร้อม ส่วน Python คือโต๊ะที่รับอาหารไปทำงานต่อ การเปลี่ยนบนเว็บเหมือนพนักงานเสิร์ฟเลิกยกจานจากครัวไปโต๊ะ Python โดยตรง ทางเลือกที่ Designesh เสนอคือวางจานไว้บนเคาน์เตอร์ ซึ่งก็คือตารางบนแผ่นงานก่อน แล้วค่อยให้โต๊ะ Python รับไป ทั้งหมดเป็นอุปมาอธิบายข้อวิเคราะห์ของ Designesh ไม่ใช่คำรับรองจาก Microsoft ว่าเปลี่ยนแล้วจะผ่านทุกไฟล์
จุดหักมุม: คู่มือบอกอยู่แล้วว่าเว็บนำเข้าแบบนี้ไม่ได้
แต่ Microsoft Support มีหมายเหตุอยู่แล้วว่า การนำเข้าข้อมูลภายนอกด้วย Power Query เพื่อใช้กับ Python ไม่พร้อมใช้งานบน Excel for the web ขณะที่ประกาศล่าสุดบอกว่าจะยุติการโหลดข้อมูลเส้นทางนี้บนเว็บ จึงอ่านแล้วเหมือนกำลังเลิกสิ่งที่คู่มือบอกว่าไม่มี
Designesh แยกว่าการตั้งค่าการนำเข้าบนเว็บ กับการเปิดไฟล์ที่สร้างบนเดสก์ท็อปแล้วเป็นคนละเรื่อง ผู้เขียนวิเคราะห์ว่าจุดที่หยุดคือเบราว์เซอร์รันไฟล์ซึ่งสร้างเส้นทางนี้บนเดสก์ท็อปมาก่อน จึงควรตามหาไฟล์ที่ทีมรับช่วงใช้ มากกว่าดูเฉพาะว่าใครเคยสร้าง query บนเว็บ
รายละเอียดนี้ยังเป็นคำอธิบายจาก Designesh ครับ ส่วน ประกาศ Microsoft เขียนขอบเขตกว้างว่า งานที่พึ่ง Power Query ส่งข้อมูลเข้า Python บนเว็บจะทำงานไม่ได้ตามคาด การตรวจไฟล์จริงจึงช่วยตอบได้ตรงกว่าเดาจากประวัติว่าใครกดเมนูไหน
เรื่องเงิน / ผลกระทบ
ประกาศนี้ไม่ได้ให้ราคาใหม่หรือยอดค่าใช้จ่ายเป็นเงินบาท แต่ให้แนวทางย้ายงานไป Windows ตาม MC1473149 จึงยังสรุปไม่ได้ว่าทีมไทยของคุณต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร ต้องตรวจสิทธิ์ใช้งานและเครื่องที่มีอยู่ก่อนตัดสินใจซื้อสิ่งใด
ผลกระทบที่ควรจัดการก่อนคือความต่อเนื่องของรายงาน Designesh ยกความเสี่ยงว่าคนเปิดไฟล์อาจพบข้อผิดพลาด หรืออาจอ่านผลเก่าโดยไม่รู้ตัว แต่ย้ำว่ายังไม่มีใครบอกแน่นอนได้ว่าหลังยุติเซลล์จะแสดงอะไร เรื่องผลเก่าจึงเป็นความเสี่ยงที่ผู้เขียนตั้งข้อสังเกต ไม่ใช่พฤติกรรมที่ยืนยันแล้ว
ทางเลือกผ่านตารางก็มีภาระที่ต้องคิด Designesh ระบุว่าการรีเฟรช หรือดึงข้อมูลล่าสุดในเบราว์เซอร์รองรับเฉพาะบางแหล่งข้อมูล ต่อให้ Python อ่านตารางได้ ก็ยังต้องตรวจว่าตารางรับข้อมูลใหม่ได้จริง ไม่ควรใช้การเปิดไฟล์สำเร็จเป็นคำตอบแทนการตรวจความสดของข้อมูล
อีกข้อจำกัดตาม Designesh คือแผ่นงานรองรับได้สูงสุด 1,048,576 แถว แปลว่า query ที่ใหญ่เกินขอบเขตนี้ไม่สามารถย้ายมาวางเป็นตารางบนแผ่นงานทั้งหมดได้ ทางเลือกนี้จึงต้องดูขนาดข้อมูลด้วย ไม่ใช่แก้ชื่อที่ xl() แล้วจบทุกกรณี
Collab365 เสนอให้มองเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องหลบ มากกว่าเหตุผลรื้อระบบวิเคราะห์ทั้งชุด สำหรับธุรกิจเล็ก ข้อเสนอที่ทำตามได้คือเริ่มจากไฟล์ที่กระทบจริง ระบุคนรับผิดชอบ แล้วเลือกวิธีให้รายงานทำงานต่อ แทนการเริ่มซื้อเครื่องมือใหม่โดยยังไม่รู้ปัญหา
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
วันยุติตรงกัน แต่วันที่ประกาศต่างกันในหน้าที่เก็บข้อมูล Message Center Archive ลงวันที่ 16 กันยายน 2026 แปลว่าเป็นวันที่ของประกาศในสำเนาที่บทความนี้ใช้อ้างอิง ขณะที่ 365Fanatic แสดงวันที่ 8 กันยายน 2026 แปลว่าข้อมูลวันที่บนหน้าสำเนาไม่ตรงกัน เอกสารที่มีไม่ได้อธิบายเหตุผล จึงไม่ควรเดาว่าเป็นการแก้ประกาศหรือความผิดพลาดแบบใด
Collab365 และ Designesh ระบุวันประกาศตรงกับ Message Center Archive แต่ทั้งสองหน้าเป็นการอธิบายประกาศเดียวกัน ไม่ใช่ประกาศอิสระคนละฉบับ แหล่งทั้งหมดเห็นตรงกันเรื่องวันยุติ แม้รายละเอียดวันที่บนสำเนาต่างกัน
เสียงสนับสนุนทางเลือกผ่านตารางมาจาก Designesh ผู้เขียน Inam Ul Haq วิเคราะห์ว่า Python จะอ่านข้อมูลบนแผ่นงานแทน query โดยตรง จึงอาจไม่ใช้เส้นทางที่กำลังยุติ แต่เขาเองก็เตือนให้ทดสอบสำเนา เพราะประกาศไม่ได้เอ่ยถึงวิธีนี้ ตาม บทวิเคราะห์ Designesh
ข้อจำกัดต่อความมั่นใจมาจาก Microsoft ซึ่งใน ประกาศ ยืนยันทางออกบน Windows แต่ไม่ได้รับรองวิธีผ่านตาราง ส่วน Microsoft Support ระบุข้อจำกัดการนำเข้าบนเว็บอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่หลักฐานว่า Microsoft ออกมาคัดค้าน Designesh โดยตรง แต่เป็นเหตุผลที่ยังยกข้อวิเคราะห์ขึ้นเป็นคำรับรองไม่ได้
แล้วถ้าตารางเปิดได้ แต่ข้อมูลไม่ได้ดึงล่าสุด ใครจะรู้ก่อนส่งรายงานครับ? Designesh ชี้ว่าความสามารถรีเฟรชขึ้นกับแหล่งข้อมูล จึงยังตอบแทนไฟล์ของทุกคนไม่ได้ และยังไม่ทราบว่าข้อผิดพลาดหลังวันยุติจะหน้าตาอย่างไร หรือผลเดิมจะยังปรากฏหรือไม่
เรื่อง Mac ก็ต้องแยกไว้ Designesh ระบุว่าประกาศไม่ได้เอ่ยถึง Excel for Mac จึงไม่ควรขยายคำยืนยันของ Windows ไปครอบ Mac เอกสารที่ใช้ในบทความนี้ยังไม่มีคำตอบเฉพาะเรื่องราคาไทย หรือผลทดสอบของไฟล์งานในองค์กรไทยด้วย
แล้วเราควรทำอะไร
คนทำงานทั่วไป คนทำบัญชี และเจ้าของกิจการ: เริ่มจากรายชื่อไฟล์
- จดไฟล์รายงานที่เปิดผ่านเบราว์เซอร์ แล้วถามเจ้าของไฟล์ว่ามีทั้ง Power Query และ Python หรือไม่ นี่เป็นการทำตามคำแนะนำให้ระบุผู้ใช้และกระบวนการที่พึ่งเส้นทางนี้ของ Microsoft ถ้าคุณไม่ได้เขียนสูตรเอง ให้ส่งต่อรายชื่อแทนการลองแก้ไฟล์จริง
- แจ้งคนรับรายงานว่ากำลังตรวจวิธีเปิดไฟล์ และตกลงว่าใครจะเป็นคนรันงานที่กระทบบน Windows ซึ่งเป็นทางเลือกที่ Microsoft ยืนยัน ตรวจให้ครอบคลุมผู้ใช้ปลายทาง ไม่ใช่เฉพาะเครื่องของคนสร้างรายงาน
- บอกทีมให้ทราบก่อน 16 ตุลาคม 2026 แปลว่าควรเปลี่ยนวิธีทำงานก่อนถึงวันยุติ ไม่รอให้รายงานล้มเหลวแล้วค่อยแจ้ง ตามข้อแนะนำเรื่องการสื่อสารผลกระทบใน MC1473149
คนสร้างรายงานและนักวิเคราะห์: หาให้เจอว่า Python อ่านอะไร
- เปิดสำเนาไฟล์บน Windows แล้วไปที่ Data > Queries & Connections ดูรายการที่ระบุ Connection only ตามวิธีของ Designesh จดชื่อ query เหล่านี้ไว้เทียบกับเซลล์ Python
- เลือกเซลล์ Python แล้วเปิด Formulas > Editor เพื่อดูโค้ดแยกตามแผ่นงานและเซลล์ ตาม Designesh ผู้เขียนระบุว่าการมี Editor ขึ้นกับกลุ่มผู้ใช้และช่องทางรับฟีเจอร์ ถ้าไม่มีเมนูนี้ ให้เริ่มจากรายการ Queries & Connections และขอผู้ดูแลช่วยตรวจต่อ
- ตรวจการเรียก
xl()ทุกจุด เทียบว่าชื่อข้างในเป็น query โดยตรง หรือเป็นช่วงเซลล์และตาราง Designesh เตือนว่าชื่อ query กับชื่อตารางอาจเหมือนกัน จึงอย่าตัดสินจากชื่อ Sales อย่างเดียว ให้ดูชื่อจริงที่แท็บ Table Design เมื่อเลือกตารางด้วย - จดแผ่นงาน เซลล์ และชื่อ query ที่พบ แล้วเลือกให้ไฟล์รันบน Windows ตาม Microsoft หรือทดลองเส้นทางผ่านตารางตามข้อวิเคราะห์ของ Designesh โดยใช้สำเนาและยังไม่ถือว่าวิธีหลังได้รับการรับรอง
- หากทดลองผ่านตาราง ให้ใช้ Load To > Table บน Windows ตรวจชื่อตาราง แล้วปรับให้ Python อ่านตารางนั้น Designesh แนะนำให้เทียบจำนวนแถวกับยอดรวมก่อนบันทึก และเตือนว่าชนิดข้อมูลอาจเปลี่ยน เช่น วันที่กลายเป็นข้อความ จึงควรตรวจผลจริงพร้อมการรีเฟรชบนเว็บ
ทีม IT และหัวหน้าทีม: ทำให้วิธีใหม่มีคนรับผิดชอบ
- รวมรายชื่อผู้ใช้กับไฟล์ที่กระทบ ระบุทางเลือกที่แต่ละไฟล์จะใช้ และแจ้งผู้เกี่ยวข้อง ตามคำแนะนำใน ประกาศ Microsoft แม้ไม่ต้องเปลี่ยนค่าผู้ดูแล ก็ยังต้องจัดการกระบวนการทำงาน
- ปรับคู่มือ การฝึกอบรม และข้อมูลสำหรับทีมช่วยเหลือ ตาม MC1473149 พร้อมบันทึกว่าทางเลือกไหนเป็น Windows ที่ยืนยันแล้ว และทางเลือกไหนยังอยู่ระหว่างทดสอบผ่านตาราง อย่าให้คนอ่านคู่มือต้องเดาสถานะเอง
- หากไม่ต้องการพึ่งขั้น Python เดิม Collab365 เสนอให้พิจารณาทำขั้นนั้นด้วย Power Query หรือสูตรคำนวณที่เชื่อถือได้ใน Power BI เครื่องมือทำรายงานข้อมูล แต่ควรประเมินตามงานจริง ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งให้ทุกทีมย้ายระบบ
ผมมองว่า…
ผมมองว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่การเลิกใช้ Python วิเคราะห์งาน แต่คือการเปลี่ยนเส้นทางส่งข้อมูลที่คนทำรายงานต้องรับผิดชอบให้ชัด เมื่อ Microsoft ยังยืนยันการใช้งานบน Windows สิ่งที่เราควรทำก่อนคือรักษางานให้ต่อเนื่อง แล้วค่อยประเมินว่าทีมจำเป็นต้องเปิดและคำนวณผ่านเว็บแค่ไหน
ผมมองว่าทางเลือกของ Designesh มีคุณค่าเพราะบอกจุดที่ตรวจและทดลองได้ แต่ข้อเสนอที่ลงมือได้ยังต้องมีผลทดสอบรองรับ โดยเฉพาะรายงานที่ใช้ตัดสินใจเรื่องเงิน คำว่าไฟล์เปิดได้ควรตามด้วยคำว่าข้อมูลใหม่ และผลลัพธ์ตรงกับที่ตรวจแล้วด้วยครับ
ปิดท้าย: สิ่งที่ต้องจับตา
ความน่าเชื่อถือของรายงานควรวัดจากเส้นทางข้อมูลที่ตรวจสอบได้ พร้อมคนรับผิดชอบ มากกว่าหน้าตาไฟล์ที่ดูเหมือนเดิม จับตาพฤติกรรมจริงหลัง 16 ตุลาคม 2026 แปลว่าเป็นวันที่เส้นทางบนเว็บยุติตาม Microsoft และรอความชัดเจนของทางเลือกผ่านตาราง ซึ่ง Designesh ยังขอให้ทดสอบเอง
ไฟล์รายงานที่คุณต้องใช้ประจำมีไฟล์ไหนบ้าง ที่คนสร้างเปิดบน Windows แต่คนรับเปิดผ่านเบราว์เซอร์?
Recap
- เกิดอะไรขึ้น: Excel บนเว็บยุติการโหลด Power Query เข้า Python ตาม Microsoft ส่วน Windows ไม่เปลี่ยนจากประกาศนี้
- วันที่ต้องจำ: 16 ตุลาคม 2026 แปลว่าต้องเตรียมงานก่อนเส้นทางบนเว็บหยุด ตาม 365Fanatic
- จุดที่ต่างกัน: Designesh เสนอทางผ่านตาราง แต่ Microsoft ยังไม่ได้รับรองวิธีนี้ในประกาศ และวันที่ประกาศบนหน้าสำเนาไม่ตรงกัน
- ยังไม่รู้: หน้าตาข้อผิดพลาด การคงผลเดิม ผลทดสอบแต่ละไฟล์ และรายละเอียด Mac ตามข้อสังเกตของ Designesh
- กระทบคุณ: ถ้ารับหรือทำรายงานบนเว็บ ให้ตามหาไฟล์ที่ใช้ Power Query ร่วมกับ Python แล้วตกลงวิธีใช้งานกับเจ้าของไฟล์
- สิ่งที่ต้องจับตา: ผลจริงหลังวันยุติ และการอ่านตารางพร้อมรีเฟรชข้อมูลในสำเนาที่ทดสอบ
- แหล่งอ้างอิง: 1 — Message Center Archive, 2 — 365Fanatic, 3 — Microsoft Support, 4 — Collab365, 5 — Designesh