
ลูกอายุต่ำกว่า 18 โอนผ่านแอปได้วันละไม่เกิน 5,000–10,000 บาทแล้ว: พ่อแม่ต้องเตรียมอะไร ก่อนค่าเทอมหรือค่าหอโอนไม่ผ่าน
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 บัญชีเงินฝากของลูกค้าอายุ 15 ถึงต่ำกว่า 18 ปี จะโอนเงินและจ่ายเงินผ่านแอปได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน ตามแนวปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนอายุ 12 ถึงต่ำกว่า 15 ปีได้ไม่เกิน 5,000 บาทครับ ถ้าที่บ้านเคยให้ลูกวัยมัธยมโอนค่าเทอม ค่าหอ หรือค่ากิจกรรมก้อนใหญ่จากแอปของลูกเอง เดือนนี้อาจเจอปุ่ม “โอนไม่สำเร็จ” เป็นครั้งแรก
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
ธปท. ประกาศเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 ว่าร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ให้บริการ e-Money กำหนดวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้าเยาวชน หลังพบว่ามิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีของเด็กและวัยรุ่นเป็น บัญชีม้า มากขึ้น บัญชีม้าก็คือบัญชีที่ถูกยืม เช่า หรือซื้อไปใช้รับและส่งต่อเงินที่ได้จากการหลอกลวง
วงเงินโอนและจ่ายเงินผ่านช่องทางดิจิทัลต่อวัน ตามหน้าคำถามพบบ่อยของ ธปท. มีสามขั้น
| อายุ | วงเงินสูงสุดต่อวัน | ใช้กับ |
|---|---|---|
| 10 ถึงต่ำกว่า 12 ปี | 3,000 บาท | เฉพาะบัญชี e-Money |
| 12 ถึงต่ำกว่า 15 ปี | 5,000 บาท | บัญชีเงินฝากและ e-Money |
| 15 ถึงต่ำกว่า 18 ปี | 10,000 บาท | บัญชีเงินฝากและ e-Money |
e-Money คือเงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือวอลเล็ตในแอป ที่ไม่ใช่บัญชีธนาคารโดยตรง แนวปฏิบัติระบุว่าวงเงินของบัญชีเงินฝากเริ่มบังคับ 1 ตุลาคม 2569 และของ e-Money เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569 มาตรการนี้ใช้กับ ทั้งบัญชีเดิมและบัญชีเปิดใหม่ และ ธปท. ระบุว่าเป็น มาตรการถาวร
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ที่มีลูกวัยมัธยม เรื่องนี้แตะทั้งกระเป๋าเงินและความปลอดภัยของลูกพร้อมกัน ด้านหนึ่ง การจ่ายเงินที่เคยทำได้สบายๆ อาจติดเพดาน เช่น ให้ลูกอายุ 16 โอนค่ามัดจำหอพักหรือค่าค่ายวิชาการเกิน 10,000 บาทในวันเดียว
อีกด้านคือความเสี่ยงทางกฎหมายที่หลายบ้านยังไม่รู้ ธปท. ระบุในคำถามพบบ่อยว่า การเปิดบัญชีหรือยอมให้คนอื่นใช้บัญชีของตัวเองไปทำผิด มีโทษตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คำชวนแบบ “แค่ให้ยืมบัญชีรับโอนแป๊บเดียว ได้ค่าขนม 500” จึงไม่ใช่งานพาร์ตไทม์ แต่คือประตูเข้ากระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน
ส่วนคนทำงานที่ไม่มีลูกก็ควรรู้ไว้ครับ เพราะน้องๆ หลาน หรือเด็กฝึกงานในออฟฟิศอาจโอนเงินคืนคุณได้ไม่ครบในวันเดียว และวงเงินแบบนี้คือส่วนหนึ่งของระบบที่กำลังขยายไปถึงทุกกลุ่มอายุ
ทำงานยังไง: เพดานรายวันที่ผูกกับอายุ
หลักการเบื้องหลังเรียกว่า Customer Profiling หรือการกำหนดวงเงินโอนให้เหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคน ธปท. ใช้หลักนี้กับลูกค้าทั่วไปมาก่อนแล้ว โดยแบ่งเป็นกลุ่ม S โอนได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน, M ไม่เกิน 200,000 บาท และ L มากกว่านั้น ตามข้อมูลในหน้าคำถามพบบ่อยเดียวกัน รอบนี้เพิ่ม “ชั้นพิเศษ” สำหรับเยาวชน เพราะเด็กส่วนใหญ่โอนเงินมูลค่าต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก
ธปท. บอกว่าตัวเลข 3,000, 5,000 และ 10,000 บาท มาจากข้อมูลการใช้บัญชีจริงของเยาวชนแต่ละช่วงอายุ จุดประสงค์คือให้เด็กส่วนใหญ่ใช้ชีวิตปกติได้ แต่ทำให้บัญชีของเด็กกลายเป็นท่อส่งเงินก้อนโตของแก๊งได้ยากขึ้น
เปรียบง่ายๆ เหมือน ประตูกั้นความสูงหน้าที่จอดรถ ครับ รถเก๋งของคนทั่วไปลอดผ่านได้สบาย แต่รถบรรทุกที่จะขนของทีละมากๆ เข้าไม่ได้ เด็กที่จ่ายค่าข้าว ค่าเกม หรือค่ารถเมล์แทบไม่รู้สึก ส่วนแก๊งที่อยากใช้บัญชีเด็กรับเงินหลักแสนจะติดคานตั้งแต่วันแรก
ธุรกรรมไหนไม่ถูกนับ
แนวปฏิบัติของ ธปท. เขียนไว้ว่าการคำนวณวงเงิน ต้องไม่นำธุรกรรมที่ความเสี่ยงต่ำมารวม ตัวอย่างที่ระบุไว้คือ
- โอนระหว่างบัญชีของตัวเองภายในธนาคารหรือผู้ให้บริการ e-Money เดียวกัน
- ชำระสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์คล้ายสินเชื่อของตัวเอง
- ชำระค่าสาธารณูปโภค
แนวปฏิบัติยังมีเชิงอรรถว่าธนาคารไม่เปิดบัญชีเงินฝากผ่านช่องทางดิจิทัลให้ลูกค้าอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้ให้บริการ e-Money ไม่เปิดบริการผ่านช่องทางดิจิทัลให้อายุต่ำกว่า 10 ปี เด็กประถมต้นจึงไม่อยู่ในตารางนี้ตั้งแต่แรก
เรื่องเงินและผลกระทบในชีวิตจริง
ในทางปฏิบัติ ผลกระทบหลักคือ “จังหวะเวลา” ไม่ใช่การห้ามใช้เงิน ลองนึกตัวอย่างบ้านที่ลูกอายุ 16 ต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษคอร์สเทอมละหลายหมื่นบาท ถ้าเคยให้ลูกโอนเองทั้งก้อน ตอนนี้ทางเลือกคือให้พ่อแม่โอนจากบัญชีตัวเอง ขอเพิ่มวงเงินล่วงหน้า หรือแบ่งจ่ายหลายวันถ้าผู้รับยอม
ธปท. ระบุว่าธนาคารและผู้ให้บริการ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้า ก่อนปรับวงเงิน และต้องมีช่องทางขอเพิ่มวงเงินที่สะดวก เช่น แอป คอลเซ็นเตอร์ และสาขา แต่การอนุมัติขึ้นกับเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่ได้การันตีว่าขอแล้วได้ทุกครั้ง
สิ่งที่มาตรการนี้ ไม่ได้ทำ ก็สำคัญพอกัน ธปท. ตอบไว้ว่าไม่ได้จำกัดจำนวนบัญชีที่เยาวชนเปิดได้ และไม่ครอบคลุมบัญชีร่วม เพราะบัญชีร่วมใช้ผ่าน Mobile Banking ไม่ได้
ที่น่าสังเกตคือแนวปฏิบัติฉบับเดียวกันยังให้ธนาคารพิจารณาจำกัดวงเงินของลูกค้า อายุมากกว่า 65 ปี ให้สอดคล้องกับการใช้งานด้วย ซึ่งอาจต่างจากลูกค้าทั่วไป ถ้าที่บ้านมีทั้งลูกวัยรุ่นและพ่อแม่สูงวัย รอบนี้อาจต้องเช็กวงเงินกันทั้งบ้าน
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
- วันเริ่มต้นเขียนไม่เหมือนกัน: หน้าคำถามพบบ่อยของ ธปท. บอกว่าธนาคารต้องทำ “ให้แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย. 2569” สำหรับบัญชีเงินฝาก และ “ภายใน 31 ต.ค. 2569” สำหรับ e-Money ส่วนแนวปฏิบัติบอกว่า “ใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569” และ “1 พฤศจิกายน 2569” ตามลำดับ ความหมายใกล้กัน แต่แปลว่าบางธนาคารอาจปรับก่อนวันบังคับ เพราะ ธปท. เปิดให้ผู้ที่พร้อมเริ่มได้ทันที
- สื่อสรุปสั้นกว่าเอกสารจริง: Thai PBS ระบุวงเงินแยกตามประเภทบัญชี คือ 12–15 ปีและ 15–18 ปีเป็น “บัญชีเงินฝากธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล” ขณะที่ตารางในแนวปฏิบัติไม่ได้แยกว่าใช้กับบัญชีเงินฝากเท่านั้น และหน้าคำถามพบบ่อยบอกว่าครอบคลุมทั้งบัญชีเงินฝากและ e-Money
- การขอเพิ่มวงเงินฉุกเฉินของเด็ก: หน้าคำถามพบบ่อยบอกว่าลูกค้าทั่วไปที่ขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินจะได้ผลภายใน 2–3 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าเงื่อนไขเดียวกันใช้กับบัญชีเยาวชนด้วยหรือไม่ และเด็กต้องให้ผู้ปกครองยินยอมหรือเปล่า ข้อนี้ต้องถามธนาคารของตัวเอง
- นับแยกหรือนับรวมข้ามธนาคาร: สำหรับลูกค้าทั่วไป ธปท. อธิบายว่าแต่ละธนาคารกำหนดวงเงินแยกกันตามข้อมูลที่ตัวเองมี แต่เอกสารเรื่องบัญชีเยาวชนไม่ได้เขียนชัดว่าเพดานวันละ 5,000 หรือ 10,000 บาท คิดต่อธนาคารหรือรวมทุกบัญชีของเด็กคนเดียวกัน
- ผลลัพธ์ยังไม่มีตัวเลข: ธปท. ยังไม่ได้เปิดเผยว่ามีบัญชีม้าเยาวชนกี่บัญชี หรือคาดว่ามาตรการจะลดความเสียหายได้แค่ไหน
มุมที่ผมมอง
ผมมองว่าเพดานวันละหมื่นไม่ใช่ข่าวร้ายของครอบครัวทั่วไป แต่เป็น สัญญาณว่าบัญชีของลูกกลายเป็นเป้าหมายของแก๊งแล้วจริงๆ การที่ ธปท. ลงมาออกตัวเลขเจาะจงตามอายุแปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ในข่าวไกลตัว
แต่วงเงินกันได้แค่ “ขนาดท่อ” ครับ มันไม่ได้กันการถูกหลอกให้เปิดบัญชีใหม่ หรือการยอมให้คนอื่นถือแอปแทน ถ้าเด็กยังคิดว่าการให้ยืมบัญชีเป็นงานง่ายๆ แก๊งก็แค่เปลี่ยนไปใช้บัญชีจำนวนมากขึ้นที่โอนครั้งละน้อยลง สิ่งที่ปิดช่องได้จริงจึงเป็นบทสนทนาในบ้านมากกว่าตัวเลขในระบบ
แล้วเราควรทำอะไร
สำหรับพ่อแม่และผู้ปกครอง
- เปิดแอปธนาคารของลูกดูด้วยกันว่าวงเงินต่อวันตอนนี้เท่าไร และธนาคารส่งแจ้งเตือนอะไรมาแล้วบ้าง
- ถ้ามีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ประจำ เช่น ค่าเทอมหรือค่าหอ ให้วางแผนโอนจากบัญชีผู้ปกครอง หรือขอเพิ่มวงเงินกับธนาคารล่วงหน้า ไม่ต้องรอวันครบกำหนด
- คุยกับลูกตรงๆ ว่า ห้ามให้ใครยืม เช่า หรือซื้อบัญชี ไม่ว่าจะอ้างเป็นเพื่อน รุ่นพี่ หรืองานออนไลน์ เพราะมีโทษจำคุกและปรับตามกฎหมาย
- ถ้าลูกได้รับข้อความชวนเปิดบัญชีแลกเงิน ให้แคปหน้าจอเก็บไว้ แล้วแจ้งสายด่วน 1441 ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC
สำหรับวัยรุ่นที่ใช้แอปธนาคารเอง
- ถ้าโอนไม่ผ่านเพราะติดวงเงิน อย่าแก้ด้วยการยืมบัญชีเพื่อนโอนแทน ให้บอกผู้ปกครองหรือติดต่อธนาคาร
- งานที่จ่ายเงินเพียงเพราะคุณ “มีบัญชี” คือสัญญาณอันตรายอันดับหนึ่ง
สำหรับคนทำงานและผู้รับเงิน
- ถ้าเก็บเงินจากนักเรียน เช่น ค่าคอร์สหรือค่ากิจกรรม ให้เผื่อช่องทางจ่ายหลายแบบ และอย่าตั้งเงื่อนไขให้โอนก้อนใหญ่ภายในวันเดียว
- เช็กวงเงินของพ่อแม่สูงวัยด้วย เพราะแนวปฏิบัติเปิดทางให้ธนาคารจำกัดวงเงินลูกค้าอายุเกิน 65 ปีตามการใช้งาน
ภาพใหญ่คือ เพดานนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อบอกว่าเด็กใช้เงินไม่เป็น แต่เพื่อบอกว่าแก๊งกำลังมองบัญชีของเด็กเป็นทางผ่านเงิน สิ่งที่ควรจับตาต่อคือวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งวงเงินของบัญชี e-Money จะบังคับใช้ และตัวเลขผลลัพธ์ที่ ธปท. อาจเปิดเผยหลังจากนี้ แล้วบ้านคุณล่ะครับ เคยคุยเรื่อง “ห้ามให้ยืมบัญชี” กับลูกตรงๆ หรือยัง
Recap
- เกิดอะไรขึ้น: ธปท. ให้ธนาคารและ e-Money จำกัดวงเงินโอน/จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลของลูกค้าอายุต่ำกว่า 18 ปี
- ตัวเลขที่ต้องจำ: 10–12 ปี 3,000 บาท (e-Money), 12–15 ปี 5,000 บาท, 15–18 ปี 10,000 บาทต่อวัน
- วันที่: บัญชีเงินฝากบังคับ 1 ต.ค. 2569, e-Money บังคับ 1 พ.ย. 2569 (ตามแนวปฏิบัติ)
- ไม่นับ: โอนเข้าบัญชีตัวเองในธนาคารเดียวกัน ชำระสินเชื่อตัวเอง และค่าสาธารณูปโภค
- ข้อมูลขัดกัน: หน้าคำถามพบบ่อยใช้คำว่า “แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย./31 ต.ค.” ส่วนแนวปฏิบัติใช้ “บังคับตั้งแต่ 1 ต.ค./1 พ.ย.”
- ยังไม่รู้: เงื่อนไขขอเพิ่มวงเงินฉุกเฉินสำหรับเด็ก และผลลัพธ์ของมาตรการ
- สิ่งที่ต้องทำ: เช็กวงเงินในแอปลูก วางแผนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และคุยเรื่องห้ามให้ยืมบัญชี
- แหล่งอ้างอิง: ข่าว ธปท., FAQ ธปท., Thai PBS