
ข่าวลือ: iPhone Duo 2 ทดลอง Face ID ใต้จอ ซื้อรุ่นแรกหรือรอดี
iPhone Duo รุ่นแรกมีราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์ตามรายงาน MacRumors ส่วนข่าว iPhone Duo 2 ที่อาจเพิ่ม Face ID ใต้จอ ยังไม่ยืนยัน และ Apple ยังไม่ได้ประกาศว่าจะใส่มาในรุ่นขายจริง ครับ ข่าวนี้จึงเกี่ยวกับเงินในกระเป๋าทันที โดยเฉพาะคนที่กำลังเลือกระหว่างซื้อเครื่องปัจจุบันกับรอสิ่งที่ยังอยู่ระหว่างทดลอง (MacRumors)
Mark Gurman จาก Bloomberg เป็นผู้รายงานเรื่องต้นแบบผ่านรายการ Power On โดยสื่อต่าง ๆ นำมารายงานวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ก่อน iPhone Duo รุ่นแรกเริ่มขายวันที่ 23 ตุลาคม ประเด็นคือมีรายงานว่า Apple ทดลองระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าใต้จอด้านนอกของเครื่องพับรุ่นถัดไป แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าฟีเจอร์นี้จะออกขายหรือไม่ ข่าวรุ่นต่อไปจึงมาถึงก่อนหลายคนได้เริ่มใช้รุ่นแรกเสียอีก (MacRumors)
สรุป 30 วินาที: เกิดอะไรขึ้น
- ข่าวลือหลักคือ Face ID ใต้จอนอก Face ID หมายถึงระบบตรวจใบหน้าเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของเครื่อง Gurman รายงานว่าต้นแบบ iPhone Duo 2 ภายใน Apple มีเซ็นเซอร์นี้อยู่ใต้จอด้านนอก แต่การทดสอบยังไม่รับประกันว่าจะอยู่ในสินค้าที่ขายจริง (9to5Mac)
- รุ่นแรกใช้ลายนิ้วมือ Touch ID คือระบบตรวจลายนิ้วมือ โดย iPhone Duo ปัจจุบันวางเซ็นเซอร์ไว้ที่ปุ่มด้านข้าง และใช้ได้ทั้งตอนกางกับตอนพับเครื่อง (iClarified)
- ปุ่ม Action ยังเป็นเรื่องทดลอง ปุ่มสำหรับเรียกการทำงานที่เรียกว่า Action button อยู่ในการพิจารณาสำหรับรุ่นอนาคต ตามรายงานของ Gurman และยังไม่แน่ว่าจะผ่านไปถึงแบบสุดท้าย (iClarified)
- จอใหญ่ขึ้นเป็นอีกข่าวลือหนึ่ง Gurman ระบุว่าได้ยินเรื่องการพิจารณาจอในที่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ทราบขนาดแน่นอน ช่วงที่เขาประเมินคือ 7.9–8.1 นิ้ว ตัวเลขนี้ยังไม่ยืนยันและมาจากคำรายงานของเขาที่ MacRumors นำเสนอเพียงแหล่งเดียวในชุดข้อมูลนี้ (MacRumors)
สิ่งที่ควรแยกตั้งแต่ต้นคือ “มีคนรายงานว่ากำลังทดสอบ” กับ “บริษัทประกาศว่าจะขาย” ตอนนี้เรื่อง Face ID อยู่ฝั่งแรก แม้ชื่อ Duo 2 จะปรากฏในข่าว ก็ไม่ได้ทำให้รายการคุณสมบัติของรุ่นถัดไปกลายเป็นข้อผูกมัดของ Apple ครับ (9to5Mac)
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ
สำหรับคนที่หยิบมือถือใช้งานระหว่างวัน วิธีปลดล็อกเป็นเรื่องของความเคยชินด้วย 9to5Mac ระบุว่าการเปลี่ยนจาก Face ID มาใช้ Touch ID เป็นหนึ่งในข้อที่ผู้รีวิวรุ่นแรกพูดถึงมาก และ Chance Miller ของสื่อนี้มองว่าเป็นสิ่งที่ปรับตัวได้ยากที่สุดกับเครื่องพับรุ่นใหม่ ขณะที่ The Verge บอกว่าเมื่อชินแล้ว การเปลี่ยนมาใช้ลายนิ้วมือแทบไม่สร้างความยุ่งยาก ความรู้สึกต่อเรื่องเดียวกันจึงต่างกันได้ (9to5Mac, The Verge)
ผมจึงอยากให้พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา ผู้ปกครอง หรือเจ้าของร้านที่กำลังสนใจเครื่องนี้ ลองคิดจากกิจวัตรของตัวเองก่อน คุณรับได้แค่ไหนกับการใช้ลายนิ้วมือเป็นหลัก ถ้าคำตอบคือรับไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลในการชะลอการซื้อที่ชัดกว่าการเชื่อว่ารุ่นหน้าจะมีใบหน้าให้สแกนแน่นอน เพราะสิ่งที่ซื้อได้ตอนนี้ยังเป็นรุ่นที่ใช้ Touch ID ตามรายงานข้างต้น (iClarified)
เรื่องปุ่มก็มีผลกับงานเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน iClarified ระบุว่ารุ่นแรกไม่มีทั้ง Action button และสวิตช์ปิดเสียง ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนการตั้งค่าเสียงผ่าน Control Center หรือแผงควบคุมบนหน้าจอ คนที่ต้องสลับเข้าออกห้องประชุมหรือห้องเรียนจึงควรลองวิธีนี้ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ ส่วนข่าวว่ารุ่นต่อไปอาจเพิ่มปุ่ม ยังใช้แทนประสบการณ์ของเครื่องปัจจุบันไม่ได้ (iClarified)
ทำงานยังไง
ตามรายงานของ Gurman ที่หลายสื่อนำเสนอ ต้นแบบวางส่วนตรวจใบหน้าไว้ใต้จอด้านนอกของ iPhone Duo คำว่า “จอนอก” คือหน้าจอที่อยู่ด้านนอกตัวเครื่องพับ จุดนี้ต้องอ่านให้ตรง เพราะข่าวไม่ได้ยืนยันว่ามีระบบสแกนใบหน้าครบทั้งสองฝั่ง หรือใช้งานได้เหมือนกันทุกท่าที่ถือเครื่อง (The Verge)
ปัญหาที่รายงานอธิบายไว้คือพื้นที่ภายในเครื่อง รุ่นแรกมีตัวเครื่องบางจนเหลือที่จำกัดสำหรับชิ้นส่วนตรวจความลึกที่ Face ID ต้องใช้ พูดง่าย ๆ คือไม่ได้มีแค่การถ่ายภาพใบหน้า แต่ต้องจัดชิ้นส่วนของระบบยืนยันตัวตนให้ลงในพื้นที่ที่มีด้วย MacRumors ระบุว่าเหตุผลด้านพื้นที่เป็นข้อจำกัดของรุ่นปัจจุบัน (MacRumors)
9to5Mac อธิบายความเป็นไปได้เพิ่มเติมว่า Apple อาจย้ายทั้งกล้องอินฟราเรด ซึ่งรับแสงชนิดที่ตาเรามองไม่เห็น และตัวส่องแสงที่ช่วยระบบตรวจใบหน้า ไปไว้หลังหน้าจอ การจัดวางเช่นนี้อาจช่วยลดพื้นที่ขอบหรือช่องบนหน้าจอที่เรียกว่า Dynamic Island ได้ แต่ส่วนนี้ยังเป็นภาพความเป็นไปได้ของการพัฒนา ไม่ใช่รายละเอียดที่ยืนยันสำหรับ Duo 2 (9to5Mac)
ถ้าเทียบแบบชีวิตประจำวัน ต้นแบบก็เหมือน เมนูที่เชฟลองชิมในครัว ยังไม่ขึ้นเมนูหน้าร้าน เรารู้ว่ามีการลองทำ แต่ยังไม่รู้ว่าจะปรับสูตรอีกหรือเอาออกขายเมื่อไร การมีต้นแบบช่วยบอกทิศทางของงานได้ ส่วนการรับปากกับลูกค้าว่ารุ่นหน้าต้องมี เป็นคนละขั้นกัน รายงานเองก็ย้ำว่าเทคโนโลยีที่กำลังทดสอบอาจไม่ทันรุ่นถัดไป (9to5Mac)
อีกคำถามที่ยังตอบไม่ได้คือ หากเพิ่ม Face ID แล้วจะเก็บ Touch ID ไว้ด้วยหรือไม่ 9to5Mac ระบุชัดว่ายังไม่ทราบว่าจะเอาเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือออกจากปุ่ม หรือให้มีทั้งสองวิธี จึงยังสรุปไม่ได้ว่าผู้ใช้จะเลือกยืนยันตัวตนอย่างไรเมื่อใช้จอด้านในกับด้านนอก (9to5Mac)
จุดสังเกต: หลายสื่อรายงาน แต่ต้นทางข่าวเป็นคนเดียวกัน
MacRumors, 9to5Mac และ The Verge ต่างอ้าง Mark Gurman ในเรื่องต้นแบบ Face ID ใต้จอ นั่นช่วยให้เราเห็นว่ารายงานต้นทางพูดถึงอะไร แต่ไม่ควรนับเป็นผู้ยืนยันภายใน Apple หลายคนโดยอัตโนมัติ สำหรับข้อมูลชุดนี้ รายงานหลักยังย้อนกลับไปที่ Gurman และรายการ Power On เดียวกัน (MacRumors, 9to5Mac, The Verge)
ถ้อยคำก็สำคัญครับ เรื่อง Face ID ใช้ภาษาว่ามีต้นแบบอยู่ระหว่างทดสอบ ส่วนเรื่องจอใหญ่ขึ้น Gurman บอกเพียงว่าได้ยินว่า Apple กำลังมองแนวคิดนี้ และเขาเองยังไม่รู้ขนาดแน่นอน ความหนักแน่นของรายละเอียดจึงไม่เท่ากัน แม้ทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในพาดหัวข่าวรุ่นอนาคตเหมือนกันก็ตาม (MacRumors, MacRumors)
คำว่า “ทดสอบต้นแบบ” ยังใช้ตัดสินความแม่นยำระยะยาวของผู้รายงานไม่ได้ด้วยตัวมันเอง ในแหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่มีสถิติความแม่นยำของ Gurman ให้ประเมิน ผมจึงไม่ขยายเป็นคำรับรองว่าเขารายงานแล้วต้องเกิด และไม่ใช้ความเห็นในส่วนคอมเมนต์ของผู้อ่านมาตัดสินแทนหลักฐาน ข่าวครั้งนี้ต้องอ่านตามระดับการยืนยันของมันเอง
เรื่องเงิน / ผลกระทบ
ราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์ของรุ่นแรกเป็นข้อมูลที่ MacRumors ระบุไว้ แต่ในชุดแหล่งข่าวนี้ยืนยันราคาได้แหล่งเดียว และไม่ใช่ราคาไทย แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุราคาเป็นบาทหรือรายละเอียดการวางขายในไทย จึงยังบอกไม่ได้ว่าคนไทยต้องจ่ายเท่าไร ผมจะไม่แปลงเงินแล้วนำไปเรียกว่าราคาขายในบ้านเราครับ (MacRumors)
ในมุมตัดสินใจซื้อ ผมแนะนำให้ตั้งงบจากคุณค่าที่เครื่องปัจจุบันให้คุณได้ หากต้องใช้เครื่องใหม่ตอนนี้ ให้ประเมินว่ารับวิธียืนยันตัวตนและการควบคุมเสียงของรุ่นแรกได้หรือไม่ หากรับไม่ได้ การเลื่อนซื้ออาจเหมาะกับคุณ โดยไม่ต้องตั้งเงื่อนไขว่าปีหน้าต้องได้ Face ID เพราะข่าวยังเปิดทางให้ฟีเจอร์เลื่อนไปได้ (9to5Mac)
สำหรับคนวางแผนซื้อรุ่นแรกแล้วขายต่อหรือแลกเครื่องภายหลัง แหล่งข่าวชุดนี้ไม่มีราคาขายต่อ ไม่มีมูลค่าแลกเครื่อง และไม่มีราคารุ่นถัดไปให้คำนวณ ผมจึงแนะนำให้มองเงินที่ต้องจ่ายวันนี้เป็นภาระที่ต้องรับได้ด้วยตัวเอง อย่าทำงบโดยถือว่าได้เงินคืนตามจำนวนที่ยังไม่มีใครเสนอจริง และอย่านำข่าวลือเรื่องฟีเจอร์มาใช้แทนข้อเสนอรับซื้อ
อีกมุมหนึ่งคือข่าวจอใหญ่ขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีรุ่นใหญ่ขายคู่กัน MacRumors รายงานตาม Gurman ว่าแนวคิดนี้เป็นการปรับขนาดของผลิตภัณฑ์เดิม ไม่ใช่รุ่นแยกชื่อ Duo Max ส่วน iClarified ระบุว่าไม่มีกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนขนาดนี้ จึงยังนำไปวางแผนเปรียบเทียบราคาของสองขนาดไม่ได้ (MacRumors, iClarified)
ข้อมูลที่ยังไม่ชัด และจุดที่แหล่งข่าวพูดไม่ตรงกัน
เวลาเปิดตัว Duo 2 ยังไม่ยืนยัน MacRumors กล่าวถึงรุ่นสืบทอดที่คาดว่าจะมาในฤดูใบไม้ร่วงปีถัดไป ส่วน 9to5Mac เขียนว่าคนคาดหวังรุ่นที่สองในช่วงเดียวกัน ทั้งหมดเป็นความคาดหมายในรายงานวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ไม่ใช่วันเปิดตัวจาก Apple และไม่ควรแปลงเป็นวันนัดซื้อเครื่องที่แน่นอน (MacRumors, 9to5Mac)
Face ID จะทันรุ่นไหน ยังเปิดไว้หลายทาง MacRumors ระบุว่ายังไม่สรุปว่าจะส่งฟีเจอร์นี้ออกขาย ขณะที่ 9to5Mac อธิบายว่าอาจมาในรุ่นปีถัดไป หรือไปอยู่ใน Duo 3 หากการพัฒนาเลื่อน ส่วน iClarified ใช้กรอบว่าอาจมาในการอัปเดตรุ่นครั้งแรกหรือครั้งที่สอง ข้อความเหล่านี้ไปในทิศทางเดียวกันเรื่องความไม่แน่นอน แต่ระดับรายละเอียดต่างกัน จึงยังเลือกคำตอบว่า “Duo 2 ได้แน่” ไม่ได้ (MacRumors, 9to5Mac, iClarified)
ปุ่ม Action มีน้ำหนักข่าวต่างกันเล็กน้อย MacRumors ใช้คำว่ากำลังพิจารณาเพิ่มในอนาคต 9to5Mac บอกว่า Gurman ดูมั่นใจเรื่องนี้น้อยกว่าเรื่อง Face ID ส่วน iClarified ระบุว่ามีการทดลองภายในสำหรับ Duo 2 แล้ว แต่ตำแหน่งปุ่มยังไม่ชัดและอาจไม่อยู่ในแบบสุดท้าย การอ่านรวมกันจึงควรจบที่ “ยังทดลอง” ไม่ใช่ “ยืนยันแล้ว” (MacRumors, 9to5Mac, iClarified)
ตัวเลขจออนาคตยังเป็นการประเมิน รุ่นปัจจุบันมีจอใน 7.6 นิ้วและจอนอก 5.4 นิ้ว ส่วนข่าวลือจอในอนาคตใช้ทั้งคำว่าเพิ่มประมาณครึ่งนิ้ว และช่วงประเมิน 7.9–8.1 นิ้วที่ยังไม่ยืนยันจาก Gurman โดยช่วงตัวเลขดังกล่าวยืนยันได้เพียงรายงาน MacRumors แหล่งเดียวในชุดนี้ จึงไม่ควรนำถ้อยคำคร่าว ๆ มาบวกเลขแล้วประกาศเป็นสเปกสุดท้าย (MacRumors)
กล้องซูมยังไม่มีนัดหมาย MacRumors ย้อนถึงคำคาดการณ์ก่อนหน้าของ Gurman ว่าการย่อชิ้นส่วนอาจช่วยให้เพิ่ม Face ID และกล้องเทเลโฟโตหรือกล้องสำหรับถ่ายระยะไกลได้ภายในรุ่นที่สาม ขณะที่ iClarified ระบุเพียงว่ากล้องชนิดนี้เป็นสิ่งที่อาจเพิ่มในอนาคตโดยไม่มีตารางเวลา จึงยังไม่ควรรวมกล้องซูมเป็นของที่จะได้พร้อม Face ID ใน Duo 2 (MacRumors, iClarified)
แล้วเราควรทำอะไร
คนกำลังจะซื้อรุ่นแรก
- เขียนสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้จริงก่อน เช่น รับได้หรือไม่กับการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ และการเปลี่ยนเสียงผ่านแผงควบคุม เพราะนี่คือพฤติกรรมของรุ่นปัจจุบันที่แหล่งข่าวระบุไว้ (iClarified)
- ถ้ามีโอกาสทดลองเครื่อง ให้ลองงานที่ตัวเองทำบ่อย ทั้งตอนพับและกาง แล้วตัดสินว่าความเคยชินเดิมเป็นอุปสรรคแค่ไหน ผมแนะนำให้ใช้ความรู้สึกจากการลองเป็นคำตอบของตัวเอง เพราะผู้รีวิวที่อ้างถึงยังประเมินเรื่อง Touch ID ต่างกัน (9to5Mac, The Verge)
- ซื้อเมื่อเครื่องที่มีอยู่ตอบโจทย์วันนี้ อย่าเพิ่มคะแนนให้รุ่นแรกเพราะคิดว่าข่าวอนาคตจะช่วยชดเชยสิ่งที่คุณไม่ชอบ และอย่ารีบซื้อเพียงเพราะกลัวตกขบวนรุ่นใหม่
คนที่ตั้งใจรอ Face ID
- ระบุให้ชัดว่ารอคุณสมบัติ ไม่ใช่รอชื่อรุ่น หาก Face ID เป็นเงื่อนไขสำคัญ ควรรอการประกาศสเปกของสินค้าจริง เพราะรายงานยังเปิดทางให้เลื่อนไปถึง Duo 3 ได้ (9to5Mac)
- ใช้ช่วงเวลาที่ Gurman หรือสื่อประเมินเป็นจุดติดตามข่าว ไม่ใช่กำหนดวันเปลี่ยนเครื่องตายตัว ผมแนะนำให้มีแผนสำรองว่าหากมือถือปัจจุบันใช้ต่อไม่ไหว จะเลือกอะไรโดยไม่ต้องพึ่งข่าวลือนี้
- ตรวจแยกทีละคุณสมบัติเมื่อมีข้อมูลใหม่ ใบหน้า ปุ่ม Action จอใหญ่ขึ้น และกล้องซูมมีระดับความชัดเจนไม่เท่ากัน และ iClarified ระบุว่าเรื่องจอใหญ่กับกล้องซูมยังไม่มีกรอบเวลา (iClarified)
คนคิดขายต่อหรือแลกเครื่อง รวมถึงคนดูแลงบอุปกรณ์
- ขอราคาไทยและเงื่อนไขซื้อขายที่ตรวจสอบได้จากผู้ขายก่อนอนุมัติงบ เพราะแหล่งข่าวที่ใช้เขียนบทความนี้ไม่มีราคาไทยหรือมูลค่าแลกเครื่องให้ใช้เป็นฐาน
- แยกเงินซื้อวันนี้ออกจากเงินที่หวังว่าจะได้ตอนขายต่อ ผมแนะนำให้คำนวณกรณีที่ต้องใช้เครื่องเดิมนานกว่าที่ตั้งใจด้วย เพื่อไม่ให้งบผูกกับกำหนดเปิดตัวที่ยังไม่ยืนยัน
- หากซื้อให้คนอื่นใช้ ให้ถามเรื่องวิธียืนยันตัวตนและการปิดเสียงโดยตรง อย่าใช้ความชอบของคนจัดซื้อแทนคนใช้จริง แล้วค่อยเลือกระหว่างซื้อรุ่นปัจจุบันหรือรอข้อมูลที่ชัดขึ้น
ผมมองว่า…
ผมมองว่า ในความเห็นของผม ข่าวนี้ไม่ใช่คำสั่งให้หยุดซื้อ แต่คือเหตุผลให้ตรวจเงื่อนไขของตัวเองให้ชัด คนที่รับคุณสมบัติรุ่นปัจจุบันได้และต้องใช้งานตอนนี้ อาจตัดสินใจต่างจากคนที่ขาด Face ID ไม่ได้ ทั้งสองทางมีเหตุผลได้ โดยไม่ต้องทายว่า Apple จะทำทันหรือไม่
สิ่งที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุดคือข้อจำกัดที่แหล่งข่าวยอมรับเอง มีรายงานต้นแบบแล้วก็ยังไม่รับประกันว่าจะขายในรุ่นถัดไป และเรื่องปุ่มยังมีความไม่แน่นอนมากกว่าเรื่องใบหน้า การอ่านถ้อยคำเหล่านี้ให้ครบช่วยให้เราวางแผนซื้อได้พอดีกับหลักฐานที่มีครับ (9to5Mac)
ผมยังคิดว่าคนซื้อรุ่นแรกไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าตัดสินใจผิดเพียงเพราะมีข่าวรุ่นหน้า สิ่งที่ควรกลับไปดูคือเครื่องตอบงานของตัวเองคุ้มกับเงินที่จ่ายหรือไม่ ส่วนคนรอก็ไม่จำเป็นต้องให้คำมั่นว่าจะรอถึงรุ่นใด เปลี่ยนแผนตามข้อมูลที่ชัดขึ้นได้ โดยไม่ต้องให้พาดหัวข่าวเป็นคนใช้งบแทนเรา
ปิดท้าย: สิ่งที่ต้องจับตา
สิ่งที่ควรตามต่อคือ Apple จะยืนยัน Face ID ใต้จอนอกหรือไม่ ถ้ามีจะมากับรุ่นไหน และจะเก็บ Touch ID ไว้ด้วยหรือเปล่า ข้อสุดท้ายยังไม่ชัดตามรายงานของ 9to5Mac ส่วนปุ่ม Action ก็ยังมีโอกาสไม่ผ่านไปถึงแบบสุดท้ายตาม iClarified รายละเอียดเหล่านี้มีน้ำหนักต่อการใช้จริงมากกว่าชื่อเรียกรุ่นในข่าว (9to5Mac, iClarified)
สำหรับจอใหญ่ขึ้น ให้ติดตามเป็นอีกประเด็นโดยไม่ผูกว่าจะต้องมาพร้อมรุ่นเดียวกัน เพราะรายงานยังไม่ให้ตารางเวลาของการเปลี่ยนขนาด ระหว่างนี้หลักตัดสินใจที่ผมแนะนำยังเหมือนเดิม คือดูของที่ใช้ได้วันนี้ ตรวจราคาที่ต้องจ่ายจริง และให้ข่าวต้นแบบทำหน้าที่เป็นข้อมูลประกอบการรอ (iClarified)
Recap
- จำไว้ว่าข่าว Face ID ใต้จอเป็นรายงานต้นแบบที่ยังไม่ยืนยัน ไม่ใช่ประกาศสินค้าจาก Apple (MacRumors)
- อย่านับข่าวหลายสื่อเป็นผู้ยืนยันหลายคน เพราะรายงานหลักอ้าง Gurman คนเดียวกัน (9to5Mac, The Verge)
- ลองให้แน่ใจว่ารับ Touch ID และการปรับเสียงผ่านหน้าจอของรุ่นแรกได้ (iClarified)
- เผื่อใจว่า Face ID อาจไม่ทัน Duo 2 และกรอบเวลายังเป็นการประเมิน (9to5Mac)
- แยกข่าวปุ่ม Action จอใหญ่ขึ้น และกล้องซูมออกจากกัน เพราะยังไม่ยืนยันว่าจะมาพร้อมกัน (iClarified)
- ไม่ใช้ราคาเริ่มต้นดอลลาร์แทนราคาไทย ซึ่งแหล่งข่าวชุดนี้ไม่ได้ระบุ (MacRumors)
- วางงบโดยไม่ถือว่ามูลค่าขายต่อหรือแลกเครื่องในอนาคตเป็นเงินที่ได้แน่นอน
- เลือกซื้อจากความต้องการวันนี้ หรือรอการประกาศจริงเมื่อคุณสมบัติที่ขาดเป็นเงื่อนไขสำคัญของคุณ